Facebook :

LINE

กรุงเทพฯ : 02-7206844-6 (หัวหมาก) 096-836-6299 (ปิ่นเกล้า)

เชียงใหม่ : 053-285157

รีวิวเรียนต่อนิวซีแลนด์ โรงเรียน Te Puke High School

รีวิวเรียนต่อนิวซีแลนด์
Te Puke High School  

รีวิวเรียนต่อนิวซีแลนด์ 

ชื่อเล่น : น้องควีน

ศึกษาอยู่ที่ Te Puke High School ใน Year11

 

OEC: แนะนำตัวหน่อยค่ะ ว่าชื่ออะไร เรียนที่ไหน

Queen: สวัสดีค่ะ หนูชื่อควีนค่ะ ตอนนี้อายุ 16 ปี ใกล้จะ 17 พฤษภาคม 62 นี้ค่ะ ตอนที่ไปเรียนที่นิวซีแลนด์ที่ผ่านมานี้ หนูได้ไปศึกษาอยู่ที่ Te Puke High School ใน Year 11 เป็นเวลาประมาณ 6 เดือนกว่าๆ ค่ะ (Term 3-4)


OEC: พี่อยากทราบว่าทำไมน้องควีนถึงเลือกไปเรียนที่นี่คะ

Queen: ตั้งแต่สมัยมัธยมต้นหนูก็มีความฝันค่ะว่าวันนึงจะไปเรียนต่างประเทศให้ได้สักครั้งนึง แล้วพอเข้ามัธยมปลาย ก็เหมือนมีความพร้อมมากขึ้น เริ่มโตขึ้น พอมีความกล้าที่จะใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ แล้วก็ได้มีโอกาสที่จะได้ไปเรียนต่างประเทศเข้ามาพอดี ตอนแรกก่อนที่จะตัดสินใจมาที่นี่ หนูก็ได้ลองหาข้อมูลของหลายๆประเทศดูมาเหมือนกันค่ะ แต่คิดว่าประเทศนิวซีแลนด์นี่แหละ ที่ตัดสินใจแบบไม่ลังเล เพราะมีความน่าสนใจในเรื่องของ ธรรมชาติ ทัศนียภาพ รวมถึงบ้านเมืองที่ไม่ครึกครื้น วุ่นวายจนเกินไป ดูเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย สงบ สบายๆค่ะ เหมือนได้มาพักผ่อน มาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปในตัวค่ะ


OEC: ก่อนไปน้องควีนเตรียมตัวนานไหม เตรียมตัวยังไงบ้าง

Queen: จริงๆแล้วยอมรับเลยนะคะว่าตอนก่อนมาก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากค่ะ (หัวเราะ) เพราะในใจก็คิดว่าแค่พอมีพื้นฐานการสนทนาไปบ้าง แล้วก็ค่อยไปเรียนรู้ที่นั่นทีเดียวเลย ก็เลยไม่ได้เครียดอะไรตรงนี้มากค่ะ แต่ก็มีแอบจดพวก Vocab ต่างๆ ที่จำเป็นต้องไปใช้ เช่น คำศัพท์ในสนามบิน คำศัพท์ของชนพื้นเมือง หรือ ชาวมาวรี (เตรียมไปเล็กน้อย) เพราะที่นิวซีแลนด์จะมีทั้งชาวมาวรี และผู้คนผิวขาว อาศัยอยู่ร่วมกันค่ะ ก็เลยต้องเตรียมคำทักทายไปบ้าง และบางทีก็จะมีพวกศัพท์แสลงที่วัยรุ่นที่นั่นเค้านิยมใช้กันค่ะ เช่น Sweet as! ที่แปลว่า cool, good thing, no problems อะไรประมาณนี้ค่ะ แล้วพอเราเอาไปใช้กับพวกเค้า เค้าก็จะรู้สึกแปลกใจค่ะ ว่าเรารู้ได้ยังไง ก็จะเกิดความประทับใจเล็กๆน้อยๆค่ะ

 

มาพูดถึงเรื่องการจัดกระเป๋าเดินทางกันบ้างนะคะ ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยว่า “อย่าเพิ่งขนไปเยอะค่ะ” เพราะตอนกลับก็คือคิดหนักเลยค่ะ ว่าจะหอบมายังไงหมด (หัวเราะ) คือตอนนั้นที่หนูจะไปยังเป็นช่วงหน้าหนาวของที่นั่นอยู่ค่ะ หนูก็ไม่เคยไปด้วย ไม่รู้ว่าจะหนาวขนาดไหน คุณแม่เองก็เป็นห่วง(สุดๆ) เอาเสื้อโค้ทใส่ กระเป๋าไปประมาณ 3-4 ตัวค่ะ แล้วอุปกรณ์กันหนาวอีกเพียบ เรียกได้ว่า เอาเสื้อผ้าไปเยอะอยู่พอสมควรเลยค่ะ (นี่กะจะไม่เอาไปเยอะแล้วนะ) สรุปว่าตอนที่ไปถึงค่ะ ช่วงแรกๆก็หนาวนะคะ อุณหภูมิประมาณ 6-15 องศาเซลเซียส ก็คือยังพอรับได้ค่ะ ไม่หนาวจัดจนเกินไป (ไม่ถึงขั้นต้องใส่เสื้อโค้ทหนาๆค่ะ) สรุปคือที่หอบไปเยอะๆไม่ได้ใช้ค่า (หัวเราะ) แล้วยิ่งอยู่ๆไปก็จะซื้อเสื้อผ้ามาเพิ่มค่ะ เพราะอดใจไม่ไหว ห้างที่นี่ก็มีเสื้อผ้าวัยรุ่นเยอะเหมือนกันค่ะ ส่วนราคาก็มีทั้งแบบไม่แพงมากจนถึงแพงค่ะถ้าคิดเป็นเงินไทย


รีวิวเรียนต่อนิวซีแลนด์

OEC: น้องควีนประทับใจอะไรบ้างคะ

Queen: สิ่งที่ประทับใจมากๆเลยก็คือ ผู้คนที่นั่นค่ะ ธรรมชาติที่ว่าสวยแล้ว มิตรภาพยิ่งดีเข้าไปใหญ่เลยค่ะ ประทับใจเพื่อนๆในโรงเรียนค่ะ ที่โรงเรียนที่หนูไปอยู่ ก็จะมีการรับนักเรียนต่างชาติมาเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว ก็เลยทำให้มีเพื่อนหลายเชื้อชาติมากๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ จีน บราซิล อินเดีย ลักเซมเบิร์ก คิริบาส สวิสเซอแลนด์ และไทย (เล็กน้อย) เป็นต้นค่ะ ก็เลยจะทำให้รู้จักคนเยอะมากๆ แต่แก๊งเพื่อนที่สนิทกันมากๆ และไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆก็จะเป็นเพื่อนๆชาวเอเชียด้วยกันนี่แหละค่ะ คงเป็นเพราะว่าด้วยความที่เป็นเชื้อชาติเอเชียเหมือนกันเลยทำให้นิสัยเข้ากันได้ดี (แต่ก็ต้องคุยภาษาอังกฤษกันอยู่ดีนั่นแหละค่ะ) ไปไหนไปกันเฮฮาปาร์ตี้ และที่นิวซีแลนด์จุดที่ชอบมากก็คือการที่เราขึ้น bus ในการไปไหนมาไหนกับเพื่อนๆพร้อมกัน หนูคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆค่ะ ได้นั่งรถด้วยกันคุยกันไปเรื่อยๆตลอดทาง เรียกได้ว่าในกระเป๋าเงินใครที่ไม่มีตั๋วรถบัสนี่ out มากๆ เพราะส่วนมากจะมีกันเป็นปึกๆ ที่เที่ยวส่วนมากที่จะไปกันก็คือทะเลค่ะ

 

เพราะเมืองที่หนูอยู่จะติดกับทะเลเยอะ ก็เลยไปเที่ยวกันได้บ่อยๆค่ะ ส่วนมากจะไปที่ Papamoa beach เพราะอยู่ในละแวกที่สามารถลงบัสที่ Papmoa Plaza ซึ่งก็เป็นห้างที่เป็นเหมือนจุดนัดพบของเราเพราะเพื่อนบางคนก็จะอาศัยอยู่กับโฮสต์ที่มีบ้านอยู่ที่ Papamoa คนที่อยู่ Te Puke ก็จะมานัดเจอกันที่นี่ และนอกจาก Papamoa Plaza ก็จะมี Bayfair ที่เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนั้นที่วัยรุ่นนิยมไปช้อปปิ้งกัน และแน่นอนรวมถึงหนูด้วย (หัวเราะ) นอกจากนี้หนูกับเพื่อนๆก็จะชอบไปในเมือง Tauranga ซึ่งก็จะเป็นแหล่งศูนย์การค้าเช่นกัน จะมีร้านอาหารทั้ง ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และอินเดีย ร้านที่นิยมไปก็จะเป็นร้านราเม็ง หรือร้านอาหารเกาหลี ถ้าวันไหนประหยัดๆก็จะเปลี่ยนไปเข้า Mc Donald’s กันแทน ซึ่งถือว่าเป็นร้านอาหารที่สะดวก รวดเร็ว อร่อย มีอยู่ทั่วทุกที่ และประหยัดที่สุดเลยก็ว่าได้ นอกจากร้านอาหารแล้ว ที่ Tauranga ก็จะมี Art Gallery, Cinema, Ten-pin bowling และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่เรามักจะไปถ่ายรูปกันเป็นร้อยๆรูปทุกทีที่ไป (ไม่ได้โม้) เช่น Matapihi Rail Bridge และ Robbins Park เป็นต้น

 

และที่ประทับใจมากๆขาดไม่ได้เลยก็คือ host family หรือ ครอบครัวอุปถัมภ์นั่นเองค่ะ หนูรู้สึกโชคดีมากที่ได้มาเจอคนที่ดีมากๆเลยค่ะ ครอบครัวที่หนูไปอยู่จะมี host mum and host dad มีลูกสาวสามคนแต่ทั้งสามคนโตทำงาน มีลูก มีครอบครัวกันหมดแล้ว หนูก็เลยจะเป็นเหมือนเด็กตัวน้อยๆของเค้าที่คอยสร้างสีสันในบ้านไม่ให้เงียบเหงาจนเกินไป และในบ้านยังมีแมวสีดำ (ที่ใจดีมากๆ) ชื่อเจ้า shadow และสุนัขที่ตอนนั้นอายุมากแล้ว ประมาณ 16 ปีเห็นจะได้ ซึ่งเป็นสุนัขที่ host dad รักมันมากๆ ให้มันกินทุกอย่าง คอยพาไปเดินเล่นเช้า-เย็นทุกวัน แต่เป็นที่น่าเศร้าอย่างมาก เพราะ เมื่อไม่กี่วันมานี้มันได้จากไปอย่างสงบเสียแล้ว “เจ้า Bonnie” โฮสต์เลี้ยงดูเราเหมือนเราเป็นคนในครอบครัวของเค้าจริงๆ ตามใจเราและเลี้ยงดูเป็นอย่างดีค่ะ จนตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ เรียกได้ว่าแฮปปี้มากๆค่ะ host dad เค้ามีงานอดิเรกอย่างนึงที่เค้าชอบมากๆ และจริงจังสุดๆ นั่นก็คือการเล่น NZ Lawn Bowls ซึ่งหนูก็ได้มีโอกาสไปร่วมทีมและได้ที่สองของการแข่งขันCommunity มาแล้ว (พูดเหมือนง่ายแต่จริงๆเล่นยากมาก ลูกมันจะไม่กลมเหมือนเปตองไปซะทีเดียว

 

เราจะต้องกะทิศทางของลูกให้ดีด้วย เพราะลูกจะสามารถเลี้ยวได้ รวมถึงดูทิศทางของลมเข้ามาช่วย) เพราะด้วยเหตุนี้จึงมีไวน์กลับมาฝากคุณพ่อหนึ่งขวด ซึ่งได้มาจากรางวัลของการแข่งขันในครั้งนั้นนั่นเอง เพราะในการแข่งขันแต่ละครั้งก็จะมีรางวัลให้แตกต่างกันไป เช่น ไวน์ เนื้อสัตว์ แฮม หรือ เงินเป็นต้น ส่วน host mum  ท่านจะเป็นคนที่ชอบด้านรักสวยรักงาม ทำอะไรที่ผู้หญิงชอบทำได้ทุกอย่าง อาทิเช่น ทำอาหาร (เก่งมากกกก) ทำได้หมดทั้งของคาวและของหวาน เค้ก คุกกี้ คัพเค้ก อาหารไทยก็ชอบทำ ตอนไปอยู่ใหม่ๆ เค้าจะถามว่าหนูชอบกินอะไรไม่ชอบอะไร ตามใจสุดๆเลยค่ะ แล้วหนูก็เลยได้เรียนรู้การทำอาหารและการทำขนมจากเค้า ส่วนเค้าก็ได้ชิมอาหารไทยที่หนูทำให้เค้าทานบ้าง เค้าชอบอาหารไทยมาก เช่น ผัดไท แกงเขียวหวาน ส่วนนอกจากเรื่องการทำอาหาร host mum ก็ชอบถักไหมพรม เป็นตุ๊กตาบ้าง หมวก หรือผ้าพันคอ ซึ่ง Grand mother หรือคุณแม่ของเค้า ท่านอายุประมาณ 92 ปีแล้วท่านเป็นคนที่เก่งเรื่อง knitting มากๆ ครอบครัวนี้ก็จะเป็นครอบครัวใหญ่ มีหลานๆที่น่ารัก

 

หนูอยู่ไปเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆก็มีความผูกพันกันค่ะ ตอนที่รู้ว่าจะต้องกลับแล้ว host mum กับ host dad ก็ขับรถไปส่งถึงที่สนามบิน Auckland เลยทีเดียว ทั้งๆที่ให้หนูขึ้น รถ shuttle bus ไปก็ได้แต่เค้าอยากไปส่งนั่นแหละค่ะ น่ารักมากๆ ตอนที่ต้อง Say goodbye กัน ก็กลั้นน้ำตากันแทบไม่อยู่ เป็นความทรงจำที่ดีมากค่ะ ส่วนเรื่องของธรรมชาติ ทัศนียภาพของประเทศนิวซีแลนด์นี้ก็ สวยงามอย่างที่คิดไว้เลยค่ะ มองไปทางไหนก็จะเห็นแต่สีเขียว ภูเขา ป่าไม้ ทุ่งหญ้า รวมถึงทะเล วัว และแกะ (ซึ่งเยอะมากๆ) ดีใจที่ได้มาเห็นของจริงค่ะ จากที่เคยเห็นแต่ในรูปแต่ได้มาเห็นด้วยตาของตัวเองแล้วปลื้มสุดๆ และหนูก็ยังได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ Wellington ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ New Zealand มาแล้วครั้งนึงค่ะ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์นานพอสมควรค่ะ ประมาณ 7 ชั่วโมง แต่ก็คุ้มค่าค่ะ ได้ไป Te Papa National Museum of  New Zealand ข้างในก็มีสิ่งให้เยี่ยมชมมากมายค่ะ รวมทั้งสิ่งที่เป็นด้านวัฒนธรรมของชาวมาวรี และของฝากขึ้นชื่อของนิวซีแลนด์ ที่หนูได้ซื้อกลับมาฝากคุณแม่ก็  คือ Placenta cream นั่นเองค่ะ

 


รีวิวเรียนต่อนิวซีแลนด์

OEC: พี่อยากให้น้องควีนเล่าถึงโรงเรียน อาจารย์ เพื่อนๆ และหลักสูตรที่เราเรียนหน่อยค่ะ

Queen: Te Puke High School เป็นโรงเรียนที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก จำนวนนักเรียนอยู่ในขั้นปานกลาง แต่อย่างที่บอกไปข้างต้น ก็คือจะรับ International Students อยู่เสมอ ที่โรงเรียน จะมี Library ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นศูนย์รวมของ International students เลยก็ว่าได้ค่ะ ที่นี่จะเป็นที่ที่เรามากินข้าวด้วยกัน ช่วงเวลาพักเบรกก็จะมารวมตัวกัน พูดคุย พบปะสังสรรค์กันที่นี่ หรือมีปัญหาอะไรก็ไปปรึกษาคุณครูสำหรับนักเรียนนานาชาติโดยเฉพาะได้ และที่โรงเรียน ก็จะให้เลือกวิชาที่เราอยากเรียนในชั้นปีนั้นๆ ตอนที่เราเข้ามา Orientation ในวันแรก ให้เลือกวิชาที่เราอยากเรียนไปประมาณ 7 วิชา แล้วเค้าก็จะไปจัดตารางเวลาเรียนสำหรับแต่ละคนมาให้ ซึ่งการที่เราเรียนแบบนี้นั้น ก็จะทำให้เราได้ไปพบปะผู้คนมากมายในแต่ละclass เรียน ซึ่งไม่ซ้ำกัน ทำให้การเรียนดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ และที่โรงเรียนนี้เค้าจะมี laptops อยู่ในแต่ละห้องเป็นจำนวนมากค่ะ เพียงพอสำหรับนักเรียนทุกคน เพราะส่วนมากเค้าจะให้ทำงานในนั้นค่ะไม่ค่อยได้ใช้สมุด หนังสือ ยกเว้นเป็นบางวิชา

 

การเรียนที่นี่ก็จะไม่เคร่งเครียดมากเท่าที่ไทยค่ะ มีการบ้านบ้างเล็กน้อย กำลังดี อาจารย์ที่สอนก็ใจดีค่ะ น่ารัก วิชาที่หนูชอบเป็นพิเศษก็คือ Science เพราะว่าส่วนมากที่ไทยจะเรียนมาบ้างแล้วแต่ก็ต้องใช้ English skill แล้วก็นึกย้อนไปว่าเนื้อหานี้เป็นยังไง และยังได้ทำแลปด้วย ก็ท้าทายความรู้เก่าๆดีค่ะอาจารย์ก็ใจดีมาก เป็น favorite teacher ของหนูเลย กับ ESOL ( English as a second language) เป็นวิชาสำคัญ ที่เด็กนานาชาติอย่างเราๆต้องเรียนค่ะ หนูว่าวิชานี้มีประโยชน์มากจริงๆ ได้ฝึกภาษาจริงๆ เพราะต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายของตัวเองให้เสร็จตามเวลา ไม่ว่าจะเป็น การทำ Creative writing ซึ่งเป็นผลงานที่หนูชอบมากชิ้นนึงเลย เพราะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเขียนเรื่องขึ้นมา รวมถึงการใช้หักการเขียนประโยคที่ถูกต้อง และทำให้กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจและที่สำคัญ ต้องสะกดถูกต้องทุกคำ รวมถึงมีงานอื่นๆ เช่น Reading, Listening and Speaking ซึ่งส่วนมากก็จะได้ฝึกจากการที่พูดคุยกันกับเพื่อนในห้องเรียน ที่โรงเรียนนี้จะมีสอบครั้งใหญ่ทีเดียวตอนเทอม4ค่ะ ส่วนเด็กนานาชาติที่ไปแลกเปลี่ยนแค่ไม่นาน ไม่ต้องการ credits ก็ไม่ต้องสอบค่ะ (ตรงรายละเอียดนี้ไม่ค่อยแน่ใจค่ะ) โรงเรียนเค้าก็จะมีจัดทริปให้ประมาณเดือนนึง เฉพาะนักเรียนนานาชาติค่ะ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆเลย


OEC: สุดท้ายนี้น้องควีนอยากฝากอะไรให้เพื่อนๆที่กำลังตัดสินใจบ้างคะ

Queen: จากที่ได้แชร์ประสบการณ์มาพอสมควรแล้ว หนูก็หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน ที่กำลังตัดสินใจอยู่ อย่าลังเลที่จะรับประสบการณ์ใหม่ๆค่ะ มันคุ้มค่ามากจริงๆ ไม่ใช่แค่ในด้านภาษาแต่เรายังได้เรียนรู้โลกกว้างในความเป็นจริง การฝึกใช้ชีวิตด้วยตนเอง การเรียนรู้ที่จะทำความรู้จัก การที่ได้รู้สึกรัก ผูกพัน และการจากลา ทุกสิ่งล้วนสอนให้เราโตขึ้น และจะเป็นความทรงจำที่ดีของเราตลอดไป