เชียงใหม่ :
053-285157
ข้อมุลอิตาลี ภูมิประเทศ ภูมิศาสตร์ของอิตาลี
ข้อมูลประเทศอิตาลี |

ประเทศอิตาลี ประเทศที่มีดีมากว่าพิซซ่า ซึ่งคนไทยรู้จักดี มีชื่อตามภาษาพื้นเมืองว่า Repubblica Italiana ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปยุโรป
และมีลักษณะเป็นคาบสมุทรยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประมาณพื้นที่ร้อยละ 75 เป็นภูเขา เนินเขา และที่ราบสูง ประชาชนที่อยู่ในประเทศอิตาลีเรียกว่า ชาวอิตาเลียน ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากคนในสมัยโรมันโบราณ
ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ จำนวนประชากรของประเทศอิตาลีมีประมาณ 60 ล้านคน โดยประมาณ 2.3 ล้านคนอาศัยอยู่ในกรุงโรมและอีก 1.37 ล้านคนอยู่ในมิลาน
มีภาษาทางการคือภาษาอิตาลี และในบางพื้นที่ในประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศส แต่จะเป็นภาษาซิซิลี และภาษาซาร์ดีเนีย ซึ่งคล้ายกับภาษาอิตาลีแต่ต่างกันที่สำเนียงเท่านั้น
ประชากร ภาษา ศาสนา ที่อิตาลี
คนอิตาลีตัวไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับ คนยุโรป ประชากรมีประมาณ 60 ล้านคน
เชื้อชาติ ส่วนใหญ่ คือ อิตาเลียน และ มีชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติอื่น ๆ คือเยอรมัน ฝรั่งเศส สโลเวเนีย และแอลเบเนีย
ภาษาราชการคือ อิตาเลียน และ ใช้ ภาษาเยอรมันเป็นภาษารอง
ศาสนา ส่วนใหญ่ผู้คนในอิตาลีนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก
ภูมิศาสตร์ของอิตาลี
ทิศเหนือ : ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, สโลวีเนีย โดยมีเทือกเขาแอลป์เป็นแนวพรมแดนธรรมชาติ
ทิศใต้ : จรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลไอโอเนียน
ทิศตะวันตก : จรดฝรั่งเศส และทะเลไทเรเนียน
ทิศตะวันออก : จรดทะเลอาเดรียตริก และอยู่ตรงข้ามกับสโลเวเนียโครเอเชีย บอสเนีย มอนเตเนโกร และแอลเบเนีย
ภูมิประเทศอิตาลี
ประเทศอิตาลีมีพื้นที่ 301,225 ตารางกิโลเมตร ดินแดนที่เป็นคาบสมุทรที่ใหญ่แล้ว อิตาลียังประกอบด้วย เกาะซาร์ดิเนีย และซิซิลี พื้นที่ร้อยละ 57 เป็นพื้นที่เกษตรกรรมร้อยละ 21 นอกนั้นเป็นป่า และมีภูมิอากาศ แบบเมดิเตอร์เรเนียน โดยนักท่องเที่ยวอิตาลีมาท่องเที่ยวประมาณ 133.6 ล้านคน และต่างชาติ 67.9 ล้านคน ต่อปี ในขณะที่นักท่องเที่ยวไทยไปอิตาลีปีละประมาณ 12,000 คน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี

เมืองสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวของอิตาลี
กรุงโรม (Rome)
เป็นเมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอและประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ โรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี
ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศ โดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรในอดีตมากมาย เช่น ราชอาณาจักรโรมัน และจักรวรรดิโรมัน
โรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตก และในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันได้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลีตั้งแต่ ค.ศ. 1870
นอกจากนี้โรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิกอีกด้วย
โคลอสเซียม (Coloseum)
สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรมประเทศอิตาลี โคลอสเซียมได้รับเลือกให้เป็น 1 ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
เริ่มสร้างขึ้น ในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งอาณาจักรโรมัน อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทราย โคลอสเซียมสามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน
โคลอสเซียม มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรีเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา
โคลอสเซียมมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬา ในบางครั้งจะมีการเรียกชื่อ โคลิเซียม
พระราชวังวาติกัน (Vatican Palace)
เป็นศูนย์กลางการปกครองของศาสนาคริสต์เเละยังเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตปาปาประมุขฝ่ายศาสนาคริสต์
ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลกใช้ประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาต่างๆ เป็นงานสถาปัตยกรรมที่งดงามลวดลายวิจิตรด้วยฝีมือศิลปินชาวอิตาลีหลายคนหลายยุคสมัย
มียอดปราสาทมากถึง 135 ยอด นับเป็นงานก่อสร้างที่งดงามรูปภาพสร้างสรรค์โดย ไมเคิลแองเจโล เป็นศิลปะสมัยยุคเรนาชองต์ ประดิษฐานขึ้นที่มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ เป็นภาพของพระแม่มารีย์ ทรงโอบอุ้มพระเยซู
น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain)
น้ำพุที่สวยงามอยู่ใจกลางกรุง ซึ่งคนไทยที่ไปต้องไปเยือน แอดมินก็เคยเห็นมาแล้ว สวยงามด้วยงานด้านศิลปะยุคโบราณ น้ำตกอยู่ที่กรุงโรมประเทศอิตาลี
เป็นอนุสรณ์สไตล์บารอค ซึ่งองค์สมเด็จสันตะปาปาครีเมนต์ที่ 12 ได้มอบหมายให้สร้างขึ้น
การก่อสร้างดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งดำเนินเสร็จในปี 1762 รวม ใช้เวลาทั้งสิ้น 30 ปี รูปปั้นแกะสลักที่เลิศหรูอลังการที่อวดโฉมให้ผู้ไปเยือน
ได้ยลโฉมนั้นได้แนวคิดจากความยิ่งใหญ่ของเทพเจ้าเนปจูน “เทพแห่งท้องทะเล”ว่ากันว่าหากใครที่ได้โยนเหรียญลงไปในน้ำ เขาหรือเธอผู้นั้นจะได้กลับมาเยือนอีกในสักวัน
มิลาน (Milan)
เป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลีตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี อยู่กลางที่ราบ
เมืองมิลานมีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชันในลักษณะเดียวกับนิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และโรม
นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน อุตสาหกรรมผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ มีมหาวิทยาลัยชื่อดัง ได้แก่ University Cattolica
หอเอนปิซา (Pisa Leaning Tower)
หอเอนปิซา ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ประเทศอิตาลี ซึ่งสร้างด้วยหินอ่อน ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 176 ปี สำหรับหอเอนปิชานี้ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุค
ที่สลักลวดลายไว้สวยงามมาก ส่วนสาเหตุที่เอียงนั้นเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ฐานได้ทรุดไปข้างหนึ่ง เมื่อวัดดูปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐาน
แต่ก็ยังไม่ล้ม ยังคงเอียงอยู่เช่นทุกวันนี้ ที่หอเอนปิซาแห่งนี้เป็นที่ที่กาลิเลโอขึ้นไปทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลก
ฟลอเรนซ์ (Florence)
ฟลอเรนซ์ เป็นเมืองหลวงของแคว้นตอสกานาและจังหวัดฟีเรนเซ ฟีเรนเซก็เคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรอิตาลี ฟีเรนเซตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน
ฟีเรนเซในยุคกลางเป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางการเงิน และถือกันว่าเป็น ที่เกิดของ ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ตระกูลที่มีอำนาจการปกครองฟีเรนเซเป็นเวลานานคือตระกูลเมดิชิ
นอกจากนั้นฟีเรนเซก็ยังมีชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ในยุคกลางฟีเรนเซเป็นที่รู้จักกัน ในนามว่า เอเธนส์ใจกลางเมืองเก่าของฟีเรนเซได้รับเลือกโดย องค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
เวนิส (Venice)
เวนิส เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน และ
เมืองแห่งแสงสว่างเมืองเวนิส ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก
ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำพลาวิ
อิตาลีเป็นประเทศผู้ผลิตไวน์อันดับหนึ่งของโลก
อิตาลีเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกไวน์รายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยหลากหลายภูมิภาคและพันธุ์องุ่น โดยผลิตไวน์ประมาณ 44 ล้านแกลลอนต่อปี การส่งออกไวน์อิตาลีส่วนใหญ่ส่งไปยังเยอรมนี สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร
หนึ่งในเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไวน์ของอิตาลีคือ น้ำพุไวน์ฟรีในเมืองคาลดารี ดิ ออร์โตนา ทางตอนกลางของอิตาลี ซึ่งมีไวน์แดงที่ปลูกในท้องถิ่นไหลตลอด 24 ชั่วโมง น้ำพุนี้เปิดให้ทุกคนได้ดื่ม (ยกเว้นผู้ที่อาจจะใช้ประโยชน์จากความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในทางที่ผิด)
อิตาลีมีแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกมากที่สุดในโลก
โดยปัจจุบันมีจำนวนถึง 61 แห่ง แซงหน้าประเทศจีนที่มี 56 แห่ง และแหล่งมรดกโลกของอิตาลีมีทั้งทางวัฒนธรรม 55 แห่ง และธรรมชาติอีก 6 แห่ง
มรดกทางวัฒนธรรม (55 แห่ง) แบ่งออกเป็นหมวดย่อยๆ
1.กลุ่มเมืองประวัติศาสตร์และศูนย์กลางศิลปะ
▪︎ โรม: ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ และนครรัฐวาติกัน
▪︎ ฟลอเรนซ์: ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ (ต้นกำเนิดเรเนซองส์)
▪︎ เวนิส: เมืองและทะเลสาบ (Lagoon)
▪︎ เนเปิลส์: ศูนย์กลางประวัติศาสตร์
▪︎ เซียนา: ศูนย์กลางประวัติศาสตร์
▪︎ ปิเอนซา: ศูนย์กลางประวัติศาสตร์
▪︎ ซานจิมิยาโน: ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ (เมืองแห่งหอคอย)
▪︎ อูร์บีโน: ศูนย์กลางประวัติศาสตร์
▪︎ วิเชนซา: เมืองและวิลล่าของปัลลาดีโอ
2.กลุ่มโบราณสถาน (ยุคโรมัน, อีทรัสกัน และก่อนประวัติศาสตร์)
▪︎ ปอมเปอี, เฮอร์คิวเลเนียม และโอปลอนติส: ซากเมืองภูเขาไฟ
▪︎ วัลเล เดลลี เคมปลี (Agrigento): หุบเขาแห่งวิหารกรีกในซิซิลี
▪︎ วิลล่า อาเดรียนา (Tivoli): วิลล่าของจักรพรรดิเฮเดรียน
▪︎ วิลล่า โรมานา เดล คาซาเล: โมเสกโรมันในซิซิลี
▪︎ สุสานอีทรัสกัน: แห่งเชร์เวเตรีและตาร์ควินีอา
▪︎ อากวิเลเอีย: พื้นที่โบราณคดีและมหาวิหาร
▪︎ ซู นูราซี ดิ บารูมินี: ป้อมปราการหินโบราณในซาร์ดิเนีย
▪︎ Domus de Janas : สุสานหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ในซาร์ดิเนีย พื้นที่โบราณคดีในปาเอสตุม และเวเลีย
3.กลุ่มสถาปัตยกรรมทางศาสนาและวิถีชีวิต
▪︎ อัสซีซี: มหาวิหารนักบุญฟรานซิส
▪︎ โบสถ์ซานตามารีอาเดลเลกราซี: (ที่มีภาพ "The Last Supper" ของดาวินชี)
▪︎ มหาวิหารปิซา: รวมถึงหอเอนเมืองปิซา
▪︎ มหาวิหารโมเดนา: หอคอย Ghirlandina และ Piazza Grande
▪︎ ราเวนนา: แหล่งโมเสกคริสเตียนยุคแรก (8 แห่ง)
▪︎ มอนเต ซาน จอร์จิโอ: (พื้นที่รอยต่อสวิตเซอร์แลนด์)
▪︎ ซากรี มอนตี (Sacri Monti): ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งพีดมอนต์และลอมบาร์ดี
▪︎ ปาแลร์โม: สถาปัตยกรรมอาหรับ-นอร์มัน และมหาวิหารเชฟาลู/มอนเรอาเล
▪︎ Padua’s 14th-century fresco cycles: ภาพจิตรกรรมฝาผนังศตวรรษที่ 14 ในปาดัว
4.กลุ่มพระราชวัง, วิลล่า และสวน
▪︎ พระราชวังกาแซร์ตา: พร้อมสวน, สะพานส่งน้ำวานวิเทลลี และกลุ่มอาคารซานลูซิโอ
▪︎ ที่พำนักของราชวงศ์ซาวอย: ในตูรินและรอบๆ
▪︎ วิลล่า เดสเต (Tivoli): สวนน้ำพุที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง
▪︎ วิลล่าและสวนเมดิชี: ในทัสกานี
▪︎ สวนพฤกษศาสตร์ปาดัว: สวนพฤกษศาสตร์ของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
5.กลุ่มภูมิทัศน์วัฒนธรรมและหมู่บ้าน
▪︎ ชายฝั่งอามาลฟี(Amalfi Coast)
▪︎ ชิงเคว เทเร (Cinque Terre): หมู่บ้าน 5 แห่งริมหน้าผา
▪︎ ปอร์โตเวเนเร และเกาะต่างๆ(Palmaria, Tino, Tinetto)
▪︎ วาล ดอร์ชา (Val d’Orcia): ภูมิทัศน์เกษตรกรรมในทัสกานี
▪︎ ซาสซี ดิ มาเตรา: บ้านถ้ำโบราณในแคว้นบาซีลีกาตา
▪︎ อัลเบโรเบลโล: หมู่บ้านบ้านหินทรงกรวย (Trulli)
▪︎ เมืองในหุบเขานอร์โต (Val di Noto): สถาปัตยกรรมบาโรกตอนปลายในซิซิลี พื้นที่ปลูกไวน์ลางเก โรเอโร และมอนเฟร์ราโต
▪︎ เนินเขาผลิตไวน์โพรเซกโก: (Le Colline del Prosecco)
▪︎ เมืองตากอากาศมอนเตกาตินี แตร์เม: (ส่วนหนึ่งของเมืองสปาที่ยิ่งใหญ่ของยุโรป)
6.กลุ่มอื่น ๆ (อุตสาหกรรม, การป้องกันประเทศ)
▪︎ เครสปี ดัดดา (Crespi d’Adda): เมืองอุตสาหกรรมตัวอย่าง
▪︎ ป้อมปราการเวเนเชียน: รอยต่อหลายประเทศ
▪︎ แนวพรมแดนของอาณาจักรโรมัน (Limes)
▪︎ Ivrea: เมืองอุตสาหกรรมแห่งศตวรรษที่ 20
▪︎ ทางหลวง Appian Way (Via Appia): ถนนโรมันสายประวัติศาสตร์
▪︎ Longobards in Italy: สถานที่แห่งอำนาจ (ค.ศ. 568-774)
▪︎ Prehistoric Pile Dwellings: บ้านเสาเข็มรอบเทือกเขาแอลป์
▪︎ ทางรถไฟสาย Rhaetian: (ช่วงสถานี Albula / Bernina)
▪︎ หอคอยประภาคารเจนัว(The Lanterna)
▪︎ The Porticoes of Bologna: ทางเดินที่มีหลังคาคลุมในเมืองโบโลญญา
มรดกทางธรรมชาติ ( 6 แห่ง)
1.หมู่เกาะเอโอเลียน (Aeolian Islands): หมู่เกาะภูเขาไฟในซิซิลี
2.เทือกเขาโดโลไมต์ (The Dolomites): แนวเขาหินปูนที่สวยงาม
3.ภูเขาเอตนา (Mount Etna): ภูเขาไฟที่มีพลังมากที่สุดในยุโรป
4.ป่าคาร์พาเทียนและป่าบีชโบราณ: (พื้นที่มรดกโลกข้ามพรมแดน)
5.ระบบถ้ำหินปูนและภูเขาไฟในเทือกเขาแอปเพนไนน์ตอนเหนือ
6.พื้นที่ทางธรณีวิทยา (Evaporitic Karst and Caves): ในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา
การศึกษาในอิตาลี
การศึกษาในอิตาลี แบ่งเป็นประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษา ใช้เวลาเรียน 13 ปี โดยประถมศึกษา (5 ปี) -> มัธยมต้น (3 ปี) -> มัธยมปลาย (5 ปี) และ ระดับอุดมศึกษามีความแตกต่างจากระบบการศึกษาในประเทศอื่น
การแบ่งวุฒิการศึกษาจากระดับต่างๆ ในขั้นสูง แบ่งได้ 4 ระดับ ได้แก่
1. ระดับเทียบเท่า ปริญญาตรี
2. ระดับเทียบเท่า ปริญญาโท
3. ระดับเทียบเท่าสูงกว่า ปริญญาโท
4. ระดับเทียบเท่า ปริญญาเอก
อิตาลีเป็นแหล่งกำเนิด ศิลปวิทยาการ ตลอดจน วรรณกรรมชิ้นเอกจำนวนมากที่เป็นพื้นฐานของ อารยธรรมตะวันตกยุคต่อมาอาทิ
ผลงานของ Machiavelli, Boccaccio, Petrarch, Tasso, Raphael, Botticelli, Michalangelo และ Leonardo da Vinci
เหตุผลหลายประการที่ควรเลือกที่จะไปศึกษาต่อที่ประเทศอิตาลี
1. อิตาลีมีสังคมที่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย
2. คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยิ่ง และสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร
3. มหาวิทยาลัยในอิตาลีมีคุณภาพ เป็นผู้นำด้านการศึกษาอันดับต้น ๆ ของโลก
4. ค่าเล่าเรียนถูกเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ
5. ค่าครองชีพ ค่าที่พัก ค่าอาหารและเดินทางไม่แพงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในยุโรป
มหาวิทยาลัย
| รายชื่อมหาวิทยาลัย | เมือง |
|
Università di Padova (249th in the world)
|
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ OEC Global Education
กรุงเทพ : หัวหมาก โทร. 02-720-6844, LINE ID : oechm
กรุงเทพ : ปิ่นเกล้า โทร. 02-881-9344, LINE ID : oecpinklao
เชียงใหม่ : โทร. 053-285157, LINE ID : oeccm3

