Facebook :

LINE

กรุงเทพฯ : 02-7206844 (หัวหมาก) 096-8366299 (ปิ่นเกล้า)

เชียงใหม่ : 053-285157

ข้อมูล เรียนต่อฝรั่งเศส Study in France เรียนภาษา ปารีส ฝรั่งเศส

ข้อมูลประเทศฝรั่งเศส

ข้อมูลประเทศฝรั่งเศส (France)

ฝรั่งเศส นับเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก (ประมาณเกือบหนึ่งในห้าของพื้นที่ของสหภาพยุโรป) มีพื้นที่ 550,000 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่กินอาณาบริเวณกว้างขวาง

ประเทศฝรั่งเศส มีพรมแดนติดกับประเทศเบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี โมนาโก อันดอร์ราและสเปน และเนื่องจากประเทศฝรั่งเศสมีดินแดนโพ้นทะเลไว้ในครอบครอง ทำให้มีอาณาเขตติดกับประเทศบราซิล ซูรินาม (ติดกับเฟรนช์เกียนา) และซินต์มาร์เตินของเนเธอร์แลนด์ (ติดกับแซ็ง-มาร์แต็ง) อีกด้วย

นอกจากนั้นประเทศฝรั่งเศสยังเชื่อมกับสหราชอาณาจักรทางอุโมงค์ช่องแคบอังกฤษอีกด้วย​  * หากน้องๆ อยากไปเรียนต่อฝรั่งเศส  กรอกข้อมูลไว้เราจะติดต่อกลับด่วน *

ภูมิประเทศ

พื้นที่ประมาณสองในสามของประเทศฝรั่งเศสเป็นที่ราบ เทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาแอล์ปซึ่งมียอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป คือ ยอดเขามงต์บลองก์ (Mont-Blanc) สูง 4,807 เมตร เทือกเขาปิเรเนส์ เทือกเขาจูรา เทือกเขาอาร์แดนส์ เทือกเขามาสซิฟ ซองทราลและเทือกเขาโวจช์ ประเทศฝรั่งเศสมีชายฝั่งทะเลอยู่ถึง 4 ด้าน คิดเป็นความยาวรวมทั้งสิ้น 5,500 กิโลเมตร (ทะเลเหนือ ช่องแคบอังกฤษ มหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน)

 

เมืองหลวง :  กรุงปารีส (paris)

ประชากร :  68.6 ล้านคน 

ภาษาราชการ  :  ฝรั่งเศส

 

การปกครอง

แบ่งออกเป็น 18 แคว้น โดยมี 13 แคว้นอยู่ในยุโรปแผ่นดินใหญ์ และ อีก 5 แคว้น อยู่โพ้นทะเล
13 แคว้นในยุโรป (Metropolitan France)

1. อีล-เดอ-ฟร็องส์ (Île-de-France)
ศูนย์กลางที่รวมความอลังการของกรุงปารีสไว้ในแคว้นเดียว เมืองแห่งศิลปะ โดดเด่นด้วยหอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ และพระราชวังแวร์ซายอันเลื่องชื่อ คือหัวใจของเศรษฐกิจ แฟชั่น และการศึกษาระดับโลก เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ชอบใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่หมุนไปพร้อมกับประวัติศาสตร์และศิลปะ


2. โอตฟร็องส์ (Hauts-de-France)
แคว้นเหนือสุดตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ติดกับเบลเยียมและช่องแคบอังกฤษ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมแบบเบลเยียมผสมผสานกับฝรั่งเศส มีเมืองลีล (Lille) เป็นจุดนัดพบสำคัญ และยังมีหน้าผาสีขาวสวยงามริมชายฝั่งทะเลหนาว โดดเด่นเรื่องอุตสาหกรรมและเป็นประตูเชื่อมต่อการเดินทางไปอังกฤษด้วยรถไฟยูโรสตาร์


3. นอร์ม็องดี (Normandy)
ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์โลกที่เป็นที่ตั้งของมหาวิหารกลางน้ำ "มงแซงมีแชล" อันศักดิ์สิทธิ์ มีชื่อเสียงเรื่องหน้าผาหินปูนที่เอเทรตาต์ และทุ่งหญ้าเลี้ยงวัวที่ผลิตเนยและชีสที่ดีที่สุด เหมาะสำหรับคนที่รักความสงบ และชอบบรรยากาศริมทะเล


4. เบรอตาญ (Brittany)
ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสและยื่นออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ที่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมเซลติกและชายฝั่งทะเลที่เว้าแหว่งสวยงามแปลกตา มีเครปและกาลิตต้นตำรับ พร้อมชมประภาคารตั้งตระหง่านกลางคลื่นยักษ์ เป็นดินแดนแห่งตำนานและธรรมชาติด้านวัฒนธรรม ภาษา และอาหารทะเล


5. เปอีเดอลาลัวร์ (Pays de la Loire)
แคว้นที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลัวร์ตอนปลายและชายฝั่งทะเลแอตแลนติกอันกว้างขวาง มีเมืองน็องต์ (Nantes) ที่เป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัย ประวัติศาสตร์การล่องเรือชมปราสาทและการทำไวน์ขาวรสชาติละมุนที่โด่งดังไปทั่วโลก


6. ซ็องทร์-วาลเดอลัวร์ (Centre-Val de Loire)
อาณาจักรแห่งปราสาทราชวังที่ตั้งเรียงรายตามลุ่มแม่น้ำลัวร์ภูมิประเทศเต็มไปด้วยทุ่งนา ป่าไม้ มีปราสาทช็องบอร์และปราสาทเชอนงโซเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ  เป็นศูนย์กลางทางเกษตรกรรมและประวัติศาสตร์ราชวงศ์ที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดของประเทศ


7. บูร์กอญ-ฟร็องช์-กงเต (Bourgogne-Franche-Comté)
ภูมิประเทศประกอบด้วยไร่องุ่น เนินเขา และหมู่บ้านเก่าแก่ เมืองดิจงเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและอาหารชั้นเลิศมีชื่อเสียงระดับโลกจากไวน์แดงเบอร์กันดีและสถาปัตยกรรมหลังคากระเบื้องสีสันแปลกตา มีเทือกเขาจูราที่เหมาะแก่การเล่นสกี 


8. กร็องแต็สต์ (Grand Est)
แคว้นพรมแดนตะวันออกตั้งอยู่ทางตะวันออก ติดกับเยอรมนี เบลเยียม และสวิตเซอร์แลนด์ มีอิทธิพลวัฒนธรรมที่ผสมผสานวัฒนธรรมฝรั่งเศสและเยอรมันได้อย่างลงตัวและกลมกลืน มีเมืองสตราสบูร์กที่ตั้งของสภายุโรป และย่านกอลมาร์ที่ดูเหมือนเมืองการ์ตูนในเทพนิยาย โดดเด่นเรื่องเส้นทางสายไวน์ขาว "รีสลิง" และตลาดคริสต์มาสที่สวยงามที่สุดในยุโรป


9. โอแวร์ญ-โรนาลป์ (Auvergne-Rhône-Alpes)
ดินแดนแห่งเทือกเขาแอลป์ที่มียอดเขามงบล็องซึ่งสูงที่สุดในยุโรปตะวันตกเป็นจุดเด่น เป็นศูนย์กลางกีฬาร่วมสมัยทั้งสกีและปีนเขา พร้อมเมืองลียงที่เป็นเมืองหลวงแห่งอาหาร มีวิวทิวทัศน์ที่อลังการจากทั้งภูเขาไฟที่ดับแล้วและทะเลสาบสีฟ้าครามอันใสสะอาด


10. นูแวลากีแตน (Nouvelle-Aquitaine)
แคว้นที่ใหญ่ที่สุดทางตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองบอร์โด แหล่งผลิตไวน์ชั้นนำ โดดเด่นด้วยเนินทรายปิลาต์ที่สูงที่สุดในยุโรปและหาดทรายสำหรับการเล่นเซิร์ฟระดับโลก เป็นการผสมผสานระหว่างป่าสนผืนใหญ่ ไร่องุ่น และวิถีชีวิตริมทะเลที่หรูหราและเรียบง่าย


11. อ็อกซีตานี (Occitanie)
ดินแดนทางตอนใต้ที่มีประวัติศาสตร์โรมันอันยาวนาน มีเมืองสีชมพู "ตูลูส" เป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และป้อมปราการการ์กาซอนที่ดูสง่างาม มีภูมิประเทศครบทั้งภูเขาพีเรนีสและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มอบบรรยากาศแบบกึ่งสเปน


12. พรอว็องซาลป์-โกตดาซูร์ (Provence-Alpes-Côte d'Azur)
แคว้นในฝันที่เต็มไปด้วยทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงและชายฝั่ง "ริเวียร่า" ที่สวยสดใส มีเมืองคานส์และนีซป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำคัญ พร้อมหมู่บ้านบนหน้าผาที่เงียบสงบ เป็นแหล่งผลิตน้ำหอมชั้นดีและงานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงแดดที่สดใสทั้งปี


13. คอร์ซิกา (Corse)
เกาะสวรรค์กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เกาะแห่งความงาม" มีภูมิประเทศแบบภูเขาสูงชันตัดกับน้ำทะเลสีใสสะอาดและหน้าผาหินปูนสีขาวนวล โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและบ้านเกิดของจักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ต

 

5 แคว้นโพ้นทะเล (Overseas Regions)
1. เฟรนช์เกียนา (French Guiana)
ตั้งอยู่ในอเมริกาใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าฝนอเมซอนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงและอุดมสมบูรณ์ เป็นที่ตั้งของศูนย์อวกาศยุโรป ศูนย์อวกาศกียานา (Guiana Space Centre) ที่ใช้ส่งจรวดระดับโลก


2. กัวเดอลุป (Guadeloupe)
เกาะในแถบแคริบเบียนที่มีรูปร่างคล้ายผีเสื้อ โดดเด่นด้วยหาดทรายขาวสลับกับภูเขาไฟลา  เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างฝรั่งเศสและแคริบเบียน โดยมีอุทยานแห่งชาติกัวเดอลุปที่สวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำดูปะการังและเดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติที่เขียวขจีตลอดทั้งปี บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกผ่อนคลายแบบเกาะเขตร้อนผสมกลิ่นอายฝรั่งเศส


3. มาร์ตีนิก (Martinique)
เกาะในทะเลแคริบเบียนที่ได้รับฉายาว่า "เกาะแห่งดอกไม้" เพราะมีพืชพรรณเมืองร้อนบานสะพรั่งทั่วเกาะ มีชื่อเสียงเรื่องสถาปัตยกรรมสไตล์อาณานิคมที่สวยงามและภูเขาไฟเปเล่ที่เป็นสัญลักษณ์ของรัฐ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมพื้นเมืองและภาษาครีโอลไว้ได้ดี เหมาะสำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์และอยากเห็นการจัดการการท่องเที่ยวชายทะเลในมาตรฐานยุโรป


4. มายอต (Mayotte)
เกาะในมหาสมุทรอินเดียที่มีจุดเด่นคือแนวปะการังล้อมรอบเกาะขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง มีกลิ่นอายวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างฝรั่งเศส แอฟริกา และมุสลิมไว้อย่างน่าสนใจและลงตัว เป็นพื้นที่ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูงมาก บรรยากาศของเกาะสะท้อนวิถีชีวิตเรียบง่ายและธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์


5. เรอูว์นียง (Réunion)
เกาะภูเขาไฟในมหาสมุทรอินเดียที่โดดเด่นด้วยภูมิประเทศแบบภูเขาสูงชันและน้ำตกขนาดใหญ่ มียอดเขาที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมวิวลาวา ประชากรมีความหลากหลายทางเชื้อชาติสูง ทั้งชาวฝรั่งเศส อินเดีย และแอฟริกันที่อยู่ร่วมกัน เป็นจุดหมายที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายผจญภัยและผู้รักธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

ฤดูกาลและภูมิอากาศ

โดยทั่วไป ฝรั่งเศส ฤดูหนาวไม่หนาวมาก และฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย แบ่งเป็น 4 ฤดูดังนี้

1. ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเดือนมีนาคม-เดือนมิถุนายน) สำหรับผู้ชื่นชอบดอกไม้ใบไม้ที่กำลังผลิดอกออกบาน ฝรั่งเศส อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ประมาณ 10 -18 องศาเซลเซียส อากาศกำลังเย็นสบาย หรืออาจจะเย็นจัดซักหน่อย สำหรับชาวไทยควรเตรียมเสื้อผ้าที่ไม่หนามาก อย่างเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวและเสื้อแจ็คเก็ตหรืออาจจะเตรียมผ้าพันคอ และถุงมือเผื่อไปด้วย

 

2. ฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคม – กันยายน ) ระยะเวลากลางวันจะยาวนาน ทำให้สามารถเที่ยวได้อย่างสนุกสนาน และเที่ยวสถานที่ต่างๆได้หลากหลายในแต่ละวัน ฝรั่งเศส อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 20 – 30 องศาเซลเซียส ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย อาจนำผ้าคลุมไหล่หรือแจ็คเก็ตเนื้อเบาบางติดไปด้วย

 

3. ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนกันยายน – ธันวาคม) เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าสนใจเนื่องจากเมืองทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี อากาศดี แต่อาจมีฝนตกเล็กน้อย ฝรั่งเศส อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10 – 18 องศาเซลเซลเซียส จึงควรพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วย

 

4. ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม – มีนาคม) หากชื่นชอบความหนาวเย็นแบบสุดๆ ฝรั่งเศส อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ประมาณ -1 – 5 องศาเซลเซียส ควรเตรียมเสื้อผ้าที่หนาสามารถต้านทานอากาศหนาวเย็นได้ และอาจเตรียมเสื้อแจ็คเก็ตหรือลองจอห์นที่ให้ความอบอุ่นดี

 

Paris Tower ฝรั่งเศส French

ระบบการศึกษาของประเทศฝรั่งเศส

ระบบการศึกษาของประเทศฝรั่งเศส เป็นระบบที่แตกต่างจากระบบการศึกษาของไทย และประเทศตะวันตกอื่น ๆ ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกับคนไทยมากกว่า ทั้งนี้ เนื่องจากชาวฝรั่งเศสให้ความสำคัญต่อคติประจำชาติที่ว่า “เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ” เป็นอย่างยิ่ง คติพจน์ดังกล่าวมีอิทธิพลต่อวิถีการดำเนินชีวิตของชาวฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก รวมถึงด้านการศึกษาซึ่งชาวฝรั่งเศสถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากความเคารพในด้านเสรีภาพ และความเสมอภาค

 

ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน

โดยทั่วไปใช้ภาษาฝรั่งเศสในการเรียนการสอน แต่จากการเปิดกว้างทางการศึกษาระหว่างประเทศและการพัฒนาโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัย ทำให้สถานศึกษาบางแห่งเลือกเปิดหลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของหลักสูตรต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ 

 

ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน

ฟรังก์ฝรั่งเศสใช้ “เงินยูโร (€)” โดยยูโรเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 1999 (ในระบบบัญชี/ธุรกรรม) และเริ่มใช้ธนบัตร-เหรียญยูโรจริงในวันที่ 1 มกราคม 2002 ซึ่งเข้ามาแทนเงินฟรังก์ฝรั่งเศสตามอัตราแลกเปลี่ยนคงที่  เพื่อสนับสนุนสกุลเงินทั่วไปในยุโรปซึ่งจะใช้เป็นดอลลาร์สหรัฐในบรรดารัฐต่างๆของสหรัฐอเมริกา 

 

 

 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ OEC Global Education
กรุงเทพ : หัวหมาก โทร. 02-720-6844, LINE ID : oechm 
กรุงเทพ : ปิ่นเกล้า โทร. 02-881-9344, 
LINE ID : oecpinklao 
เชียงใหม่ : โทร. 053-285157, LINE ID : oeccm3