Facebook :

LINE

กรุงเทพฯ : 02-7206844 (หัวหมาก) 02-8819344 (ปิ่นเกล้า)

เชียงใหม่ : 053-285157

รีวิวเรียน Melbourne ที่ Impact English ออสเตรเลีย

รีวิวเรียนภาษาที่  Impact English Melbourne, ออสเตรเลีย 

ชื่อ พิม สุรสินธน ชื่อเล่น พิมพ์

สถาบันที่ไปเรียน Impact English Melbourne เมือง Melbourne ประเทศ Australia

คอร์สที่เรียน General English, Barista

 

Q: ทำไมถึงเลือกเรียน General English, Barista ที่ประเทศ Australia
A: มีเวลาว่างช่วงปิดเทอมใหญ่กลางปี 2019 ที่เลือกประเทศออสเตรเลียเพราะโดยส่วนตัวเป็นคนชอบอากาศหนาว หากไปอังกฤษหรือยุโรปช่วงนั้นจะตรงกับหน้าร้อน มีแค่ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ที่อยู่ในช่วงหน้าหนาว พอทำการหาข้อมูลเพิ่มเติมเปรียบเทียบคอร์สเรียน, สถาบัน, การเดินทาง, การใช้ชีวิต ฯลฯ เลยตัดสินใจเลือกเมืองเมลเบิร์นออสเตรเลีย เพราะเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม, ผู้คนหลากหลายและการเดินทางสะดวกสบายค่ะ


Q: เล่าถึงการเตรียมตัวไปเรียนหน่อยค่ะ
A: เตรียมตัวหาข้อมูล-สมัครเรียน-เตรียมเอกสารต่างๆล่วงหน้าประมาณ 5 เดือน ก่อนไปก็เช็คเที่ยวบิน-สภาพอากาศ-แลกเงิน แล้วก็เตรียม copy ของเอกสารสำคัญต่างๆ ส่วนการจัดกระเป๋าเดินทางก็จัดตาม checklist ของ OEC เลยค่ะ


Q: เล่าประสบการณ์การไปเรียนที่สถาบันนี้หน่อยค่ะ
A: ตอนแรกตั้งใจจะไปเรียนภาษาอังกฤษอย่างเดียว แต่ดันได้ไปอยู่คลาสแอดวานซ์ตั้งแต่สัปดาห์แรก ซึ่งเป็นคลาสที่คนน้อย เงียบเหงามากๆ5555 เพื่อนในคลาสเลยแนะนำว่าโรงเรียนนี้มีคอร์สบาริสต้าด้วยนะ ไปทำเรื่องขอเปลี่ยนคอร์สเรียนได้ ตอนแรกก็แอบลังเลใจอยู่นิดนึงเพราะปกติเป็นคนไม่ชอบกินกาแฟ แต่ท้ายที่สุดก็คิดว่านี่อาจเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตเลยนะ! รู้ตัวอีกที สองสัปดาห์ต่อมาเราก็ไปนั่งอยู่คลาสบาริสต้าแล้วคลาสบาริสต้าของที่นี่ co กับสถาบัน William Angliss ซึ่งเป็นสถาบัน Culinary ชื่อดังของประเทศออสเตรเลียค่ะ เรียนทั้งหมด 5 สัปดาห์ เมื่อเรียนจบได้ประกาศนียบัตร ทั้งของ Impact English และ William Angliss เลย การเรียนจะเริ่มตั้งแต่เรื่อง hygeine, ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกาแฟ, ไปจนถึงภาคปฏิบัติ นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมนอกสถานที่อื่นๆ เช่น ไปเลือกซื้อเมล็ดกาแฟที่ Victoria Market, ไปเป็น Volunteer ทำกาแฟแจกคนไร้บ้าน, ทำกาแฟขายหน้าร้านทั้งที่ Impact และที่ William Anglissบรรยากาศการเรียนในคลาสสัปดาห์แรกอาจมีความตึงๆอยู่หน่อยๆ แต่พอเริ่มคุ้นเคยกับเพื่อนในคลาส บรรยากาศก็กลายเป็นสนุกและผ่อนคลาย เพื่อนในคลาสมีทั้งคนไทย เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่งทุกคนน่ารักมากๆ ด้วยความที่ต้องเจอหน้ากันทุกวัน ช่วยกันเรียน-ช่วยกันทำกาแฟ เลยสนิทกันมาก พอถึงวันสุดท้ายของการเรียนก็รู้สึกใจหาย (แอบมีโมเมนต์กอดกันร้องไห้555) พอมองย้อนกลับไปรู้สึกว่าการเลือกเรียนคอร์สนี้เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตเลย


Q: พักที่ไหน และสังคมที่พักและที่เรียนเป็นอย่างไรบ้างคะ
A: พักกับโฮสแฟมิลี่ค่ะ อยู่นอกเมืองออกมาหน่อย ต้องนั่งรถไฟฉึกฉักไปเรียนทุกเช้า ตอนแรกแอบผิดหวังนิดหน่อยเพราะไม่ชินกับการเดินทาง(มันเป็นรถไฟจริงๆแบบไม่ใช่รถไฟฟ้า ซึ่งเสียบ่อยย เปลี่ยนเส้นทางบ่อยย ช่วงแรกๆมีนั่งเลยบ้าง หลงบ้าง) แต่สิ่งที่ประทับใจคือโฮสดูแลดีมากกก พาไปทัวร์รอบเมืองตั้งแต่วันแรก เคยลองถามเพื่อนบางคนที่อยู่กับโฮส พบว่ามักปัญหาเรื่องการใช้ห้องน้ำ-ห้องครัว แต่ของเราคือไม่มีปัญหาเลย ทำอาหารได้ อบขนมได้ อาบน้ำตอนเช้าได้ คือดูแลดีเสมือนลูกอีกคน แถมยังทำอาหารอร่อยด้วย! แต่ละวันโฮสจะทำอาหารไทย-ญี่ปุ่น-เวียดนาม-ฝรั่งหมุนเวียนกันไป ครบทุกสัญชาติเลย หนึ่งในเมนูที่ตราตรึงใจคือเสต็กเนื้อจิงโจ้! ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดจะได้กินในชีวิต (และไม่เคยอยากกิน5555) ตอนแรกก็คิดว่าจะแค่ลองกินพอเป็นพิธีแบบไม่ให้เสียมารยาท แต่พอได้ลิ้มรสแล้วก็รู้สึกว่า เออ จริงๆมันก็อร่อยดีนะ ไม่ผิดหวังๆ
ส่วนสถาบันที่เรียนตั้งอยู่ใจกลางเมือง(CBD) ที่สถานี Southern Cross การเดินทางในเมืองค่อนข้างสะดวกสบาย ถือบัตร Myki ใบเดียวก็สามารถใช้ได้กับทั้งรถไฟ, tram และ bus
สำหรับสังคมที่เรียน ประมาณ 80% เป็นคนเอเชี่ยน มีคนจากยุโรป-อเมริกาใต้บ้างประปราย ด้วยความที่โรงเรียนค่อนข้างใหญ่ อาจจะทำให้สนิทกับเพื่อนนอกคลาสยาก บางคนเจอครั้งเดียวแล้วก็ไม่เจอกันอีกเลย5555 แต่ทางโรงเรียนก็มีจัดกิจกรรมอยู่บ่อยๆ เช่นพาทัวร์สถานที่สำคัญๆในเมือง, Pub night, ดูหนัง ฯลฯ


Q: มีความคิดเห็นติชมอะไรฝากถึงพี่ๆทีมงาน OEC และที่ดูแลบ้างไหมคะ
A: พี่ๆดูแลดีค่ะ แนะนำๆ


Q: มีอะไรแนะนำอยากฝากถึงเพื่อนๆที่ต้องการไปเรียนต่างประเทศบ้างไหมคะ
A: ถ้ามีมีโอกาสก็อยากให้คว้าโอกาสนี้ไว้ แล้วไปด้วยใจที่ไร้อคติ ก้าวออกจากกรอบที่ตัวเองเคยสร้างไว้ แล้วก็เอ็นจอยทุกๆโมเมนต์ที่มีอยู่ ทุกคนที่เจอ ทุกที่ที่ไป 
แน่นอนว่าเราอาจพบเจอทั้งสิ่งที่ถูกใจและไม่ถูกใจ แต่ที่สุดแล้วมันคือครั้งนึงในชีวิต, เป็นโอกาสในการมีชีวิตที่แตกต่างออกไปจากสิ่งที่เราเคยชิน และเมื่อมองกลับไปมันจะเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากๆ

ฟังประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ