Facebook :

LINE

กรุงเทพฯ : 02-7206844 (หัวหมาก) 096-8366299 (ปิ่นเกล้า)

เชียงใหม่ : 053-285157

ข้อมูลประเทศมาเลเซีย

ข้อมูลประเทศมาเลเซีย

ประเทศมาเลเซียตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลักษณะภูมิประเทศแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ มาเลเซียฝั่งตะวันตก (แหลมมลายู) และฝั่งตะวันออก (เกาะบอร์เนียว) โดยมีทะเลจีนใต้คั่นกลาง ประเทศนี้เป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางสำคัญด้านเศรษฐกิจและการศึกษาในภูมิภาค ด้วยความหลากหลายทั้งด้านชาติพันธุ์ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ทำให้มาเลเซียมีบรรยากาศแบบพหุวัฒนธรรมที่โดดเด่นและน่าสนใจ

 

ภูมิอากาศของมาเลเซีย

● มาเลเซียมีภูมิอากาศแบบ ร้อนชื้น (Tropical Climate) ตลอดทั้งปี

● อุณหภูมิเฉลี่ย: 26–32°C

● มีฝนตกชุกและความชื้นสูง โดยเฉพาะในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (พ.ค.–ก.ย.) และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (พ.ย.–มี.ค.)

● ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว: มีนาคม–ตุลาคม (ฝนน้อยกว่าช่วงอื่น)

 

สังคมและวัฒนธรรม

มาเลเซียเป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยประชากรหลากหลายเชื้อชาติ กลุ่มหลักคือชาวมาเลย์ ชาวจีน และชาวอินเดีย ซึ่งแต่ละกลุ่มมีวิถีชีวิต ความเชื่อ และประเพณีที่แตกต่างกัน แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน

ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ก็มีการเปิดกว้างให้กับศาสนาอื่น เช่น พุทธ คริสต์ และฮินดู ทำให้มาเลเซียมีความหลากหลายทางศาสนาเช่นกัน วัฒนธรรมในประเทศนี้จึงมีความผสมผสานกันอย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา การแต่งกาย หรือเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นสังคมที่เปิดกว้างและยอมรับความแตกต่าง

ชาติพันธุ์

- มาเลย์ 58.1%

จีน 22.4%

อินเดีย 6.5%

อื่น ๆ 12.3% (รวมถึงชนพื้นเมือง เช่น Orang Asli, ชาวซาบาห์และซาราวัก)

 

ภาษา

 ภาษาราชการ: ภาษามาเลย์ (Bahasa Malaysia)

 ภาษาอังกฤษใช้อย่างแพร่หลายในระบบการศึกษาและธุรกิจ

 ภาษาจีนกลาง, ทมิฬ และภาษาท้องถิ่นอื่น ๆ ก็มีใช้เช่นกัน

 

ประชากรของมาเลเซีย

มีประมาณ 33-34 ล้านคน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง โจฮอร์บาห์รู และโกตาคินาบาลู ภาษาอังกฤษได้รับการใช้กันอย่างกว้างขวางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในด้านการศึกษาและธุรกิจ ถึงแม้ว่าภาษาราชการคือภาษามาเลย์ (Bahasa Malaysia) แต่ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาที่สองของประเทศและเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการเรียนการสอนในหลายระดับ

 

ด้านการปกครอง

มาเลเซียมีรูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตยรัฐสภาในระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์หรือ "ยังดี เปอร์ตวน อากง" เป็นประมุขของรัฐ โดยตำแหน่งนี้จะหมุนเวียนกันระหว่างสุลต่านจากรัฐต่าง ๆ ทุก 5 ปี ส่วนฝ่ายบริหารดำเนินการโดยนายกรัฐมนตรีซึ่งมาจากพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง ระบบการปกครองของมาเลเซียมีลักษณะคล้ายอังกฤษ เพราะได้รับอิทธิพลจากการเป็นอาณานิคมในอดีต

 

รัฐและดินแดนสหพันธ์

มาเลเซียแบ่งเขตการปกครองเป็น 13 รัฐ (states) และ 3 ดินแดนสหพันธ์ (federal territories) โดยแต่ละรัฐจะมีเมืองหลวงของตนเอง ซึ่ง 13 รัฐสะท้อนความหลากหลายด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ส่วน 3 ดินแดนสหพันธ์จะเป็นศูนย์กลางของประเทศ
 
1.กรุงกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) เมืองหลวงและดินแดนสหพันธ์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มักเรียกชื่อสั้นๆว่า KL และเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การศึกษา และวัฒนธรรม ล้อมรอบด้วยรัฐสลังงอร์

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น 

▪︎ Petronas Twin Towers : ตึกแฝดสัญลักษณ์ของมาเลเซีย พร้อมสะพานเชื่อมชมวิวเมือง
▪︎ KL Tower (Menara KL) : หอคอยชมวิว 360 องศา
▪︎ Bukit Bintang : ย่านช็อปปิงและไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง
▪︎ KLCC Park : สวนสาธารณะใต้ตึกแฝด สำหรับพักผ่อน
▪︎ Central Market : ตลาดวัฒนธรรมและของที่ระลึก
▪︎ Chinatown (Petaling Street) : ย่านเก่าแก่และแหล่งสตรีทฟู้ด

 

2. ปุตราจายา (Putrajaya) เมืองใหม่และดินแดนสหพันธ์ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการของประเทศ แทนกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) อยู่ติดกับไซเบอร์จายา (Cyberjaya) และอยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ 25 กิโลเมตร มีการวางออกแบบผังเมืองที่ดี ถนนกว้าง อาคารราชการทันสมัย และทะเลสาบขนาดใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ เป็นระเบียบ และได้ชื่อว่าเป็น “เมืองอัจฉริยะ” ส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดี มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ส่งเสริมธุรกิจเศรษฐกิจ และด้าน IT

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น 
▪︎ Putra Mosque : มัสยิดสีชมพูสวยงาม ริมทะเลสาบ
▪︎ Perdana Putra : ทำเนียบนายกรัฐมนตรี
▪︎ Putrajaya Lake & Cruise : ล่องเรือชมเมืองรอบทะเลสาบ
▪︎ Putrajaya Bridge : สะพานดีไซน์สวยหลายแห่งรอบเมือง
▪︎ Putrajaya Botanical Garden : สวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่

 

3. ลาบวน (Labuan) คือ ดินแดนสหพันธ์บนเกาะเล็กๆ นอกชายฝั่งรัฐซาบาห์ เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการเงินดิจิทัล (Digital Finance Hub) เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจด้านธุรกิจระหว่างประเทศ

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Labuan Marine Museum : พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทะเล
▪︎ Labuan War Cemetery : สุสานทหารสมัยสงครามโลก
▪︎ Patau-Patau Water Village : หมู่บ้านกลางน้ำแบบดั้งเดิม
▪︎ Labuan Bird Park : สวนรวมนกท้องถิ่น

 

4. ยะโฮร์ (Johor)
เป็นรัฐทางใต้สุดของมาเลเซีย มีเมืองหลวง คือ ยะโฮร์บาห์รู (Johor Bahru) ทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมสู่สิงคโปร์ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมที่สำคัญ ผสมผสานชีวิตเมืองกับเสน่ห์ชายทะเลและหมู่เกาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตใกล้เมืองระดับนานาชาติ พร้อมบรรยากาศการเรียนรู้ที่คึกคัก

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ  เช่น
▪︎ Johor Bahru City Square : ศูนย์การค้าใจกลางเมือง ใกล้ด่านสิงคโปร์
▪︎ Desaru Beach : ชายหาดยอดนิยม บรรยากาศรีสอร์ตริมทะเล
▪︎ Legoland Malaysia : สวนสนุกเลโก้แห่งแรกในเอเชีย
▪︎ Rawa Island : เกาะเล็กน้ำใส เหมาะกับการพักผ่อน
▪︎ Sultan Abu Bakar State Mosque : มัสยิดสวยสไตล์วิกตอเรียริมทะเล

 

5. เคดะห์ (Kedah)
เป็นรัฐทางตอนเหนือของมาเลเซีย มีเมืองหลวงคือ อาโลร์สตาร์ (Alor Setar) ได้รับสมญาว่าเป็น “อู่ข้าวอู่น้ำของมาเลเซีย” เพราะเต็มไปด้วยทุ่งนากว้างใหญ่ สะท้อนวิถีชีวิตเกษตรกรรมของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของเกาะลังกาวี แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก บรรยากาศสงบ เหมาะกับการเรียนใกล้ธรรมชาติ

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Langkawi Sky Bridge : สะพานโค้งชมวิวทะเลบนยอดเขา
▪︎ Pantai Cenang : ชายหาดยอดนิยมบนเกาะลังกาวี
▪︎ Kilim Karst Geoforest Park : ป่าชายเลนและภูเขาหินปูนในอุทยาน UNESCO
▪︎ Gunung Jerai : ภูเขาสูงสำหรับชมวิวทุ่งนาและทะเล
▪︎ Alor Setar Tower : หอคอยชมวิวเมืองอาโลร์สตาร์

 

6. กลันตัน (Kelantan)
ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย มีเมืองหลวงคือ โกตาบารู (Kota Bharu) เป็นรัฐที่ขึ้นชื่อเรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมมาเลย์ดั้งเดิม ทั้งศิลปะการแสดง งานหัตถกรรม และวิถีชีวิตที่เรียบง่าย คือศูนย์กลางวัฒนธรรมมาเลย์ดั้งเดิม เหมาะกับผู้ที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นแท้ๆ

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Istana Jahar : พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมราชสำนัก
▪︎ Gelanggang Seni : ศูนย์ศิลปะและการแสดงพื้นบ้าน
▪︎ Siti Khadijah Market : ตลาดท้องถิ่นชื่อดังของโกตาบารู
▪︎ Pantai Cahaya Bulan : ชายหาดยอดนิยมของรัฐ
▪︎ Handicraft Village : แหล่งงานหัตถกรรมพื้นเมือง

 

7. มะละกา (Melaka)
เป็นรัฐเล็ก ๆ ทางชายฝั่งตะวันตก มีเมืองหลวงคือ เมืองมะละกา (Melaka City) ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกของยูเนสโก มะละกาเคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญในอดีตและผ่านการปกครองจากหลายชาติตะวันตก ทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Jonker Street : ถนนสายวัฒนธรรมและตลาดกลางคืนชื่อดัง
▪︎ A Famosa : ป้อมโปรตุเกสโบราณ
▪︎ Dutch Square : จัตุรัสตึกสีแดงสัญลักษณ์เมือง
▪︎ St. Paul’s Hill : โบสถ์โบราณบนเนินเขา
▪︎ Melaka River Cruise : ล่องเรือชมเมืองเก่า

 

8. เนกรีเซมบีลัน (Negeri Sembilan)
ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มีเมืองหลวงคือ เซเรมบัน (Seremban) มีเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมหลังคาแบบมินังกาเบา และยังมีเมืองตากอากาศชายทะเลชื่อดังอย่าง พอร์ตดิกสัน (Port Dickson) ทำให้เป็นรัฐที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตใกล้เมืองใหญ่ แต่ยังได้บรรยากาศผ่อนคลายริมทะเล

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Port Dickson Beach : ชายหาดตากอากาศยอดนิยม
▪︎ Cape Rachado Lighthouse : ประภาคารเก่าแก่ริมทะเล
▪︎ Seremban Lake Garden : สวนสาธารณะใจกลางเมือง
▪︎ Jeram Toi Waterfall : น้ำตกธรรมชาติใกล้เมือง
▪︎ Gunung Angsi : เส้นทางเดินเขาชื่อดัง 

 

9. Pahang (ปะหัง)
เป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรมาเลเซีย มีเมืองหลวงคือ กวนตัน (Kuantan) รัฐนี้โดดเด่นด้านธรรมชาติ ทั้งป่าฝนและภูเขา โดยเฉพาะ คาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เมืองบนเขาที่อากาศเย็นและมีไร่ชาเขียวขจี

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Cameron Highlands : เมืองบนเขา อากาศเย็น ไร่ชา
▪︎ Taman Negara : อุทยานป่าฝนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
▪︎ Cherating Beach : ชายหาดและจุดดูเต่าทะเล
▪︎ Kuantan River Cruise : ล่องเรือชมเมืองกวนตัน
▪︎ Boh Tea Plantation : ไร่ชาชื่อดัง

 

10.Perak (เปรัก)
ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย มีเมืองหลวงคือ อิโปห์ (Ipoh) เมืองที่มีเสน่ห์แบบคลาสสิก เต็มไปด้วยอาคารเก่า คาเฟ่ และอาหารขึ้นชื่อ นอกจากนี้รอบ ๆ เมืองยังมีภูเขาหินปูนและถ้ำสวยงาม รวมถึงเกาะพักผ่อนอย่าง ปังกอร์ (Pangkor) เปรักจึงเป็นรัฐที่ผสมผสานชีวิตเมือง วัฒนธรรม และธรรมชาติ 

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Ipoh Old Town : เมืองเก่าและคาเฟ่คลาสสิก
▪︎ Kek Lok Tong Cave Temple : วัดในถ้ำหินปูนสวยงาม
▪︎ Gua Tempurung : ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่
▪︎ Pangkor Island : เกาะพักผ่อนยอดนิยม
▪︎ Lost World of Tambun : สวนน้ำและบ่อน้ำร้อน

 

11.Perlis (เปอร์ลิส) 
เป็นรัฐที่เล็กที่สุดของมาเลเซีย ตั้งอยู่ทางเหนือสุด มีเมืองหลวงคือ กังการ์ (Kangar) แม้จะเป็นรัฐเล็ก แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ชนบท ทุ่งนา และภูเขาหินปูน บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตเรียบง่าย ใกล้ธรรมชาติ และอยากเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Tasik Melati : ทะเลสาบบัวกลางธรรมชาติ
▪︎ Bukit Keteri : ภูเขาหินปูนสำหรับปีนเขา
▪︎ Perlis State Park : อุทยานธรรมชาติ
▪︎ Gua Kelam : ถ้ำประวัติศาสตร์
▪︎ Padang Besar : เมืองชายแดนแหล่งช้อปปิ้ง

 

12.Penang (ปีนัง)
เป็นรัฐเกาะทางฝั่งตะวันตก มีเมืองหลวงคือ จอร์จทาวน์ (George Town) เมืองมรดกโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องสตรีทอาร์ต คาเฟ่ และอาหารที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ปีนังได้รับสมญาว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์และสวรรค์ของนักชิม พร้อมด้วยสถาบันการศึกษานานาชาติหลายแห่ง

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ George Town Street Art : งานศิลปะตามถนนชื่อดัง
▪︎ Penang Hill : จุดชมวิวเมืองจากยอดเขา
▪︎ Kek Lok Si Temple : วัดพุทธขนาดใหญ่
▪︎ Clan Jetties : หมู่บ้านบ้านไม้ริมน้ำ
▪︎ Penang Peranakan Mansion : คฤหาสน์วัฒนธรรมบาบ๋า–ย่าหยา

 

13.Sabah (ซาบาห์)
ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวทางตะวันออกของมาเลเซีย มีเมืองหลวงคือ โกตากินาบาลู (Kota Kinabalu) เป็นรัฐที่โดดเด่นด้านธรรมชาติระดับโลก ทั้ง ภูเขาคินาบาลู ซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดในมาเลเซีย และทะเลดำน้ำชื่อดังอย่าง เกาะสิปาดัน (Sipadan) ซาบาห์จึงเป็นสวรรค์ของผู้รักการผจญภัยและธรรมชาติ 

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Mount Kinabalu : ยอดเขาสูงที่สุดในมาเลเซีย
▪︎ Kinabalu Park : อุทยานแห่งชาติ UNESCO
▪︎ Sipadan Island : จุดดำน้ำระดับโลก
▪︎ Tunku Abdul Rahman Marine Park : หมู่เกาะใกล้เมือง
▪︎ Kota Kinabalu Waterfront : ถนนเลียบทะเลยามเย็น
▪︎ Tanjung Aru Beach (Labuan) : ชายหาดชมพระอาทิตย์ตก

 

 

3 ดินแดนสหพันธ์ (federal territories)

1.Sarawak (ซาราวัก)
เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวเช่นกัน มีเมืองหลวงคือ กูชิง (Kuching) รัฐนี้เต็มไปด้วยป่าฝนเขตร้อน ถ้ำยักษ์ และวัฒนธรรมชนเผ่าหลากหลาย เช่น อีบัน และบีดายู ซาราวักจึงเป็นรัฐที่สะท้อนความหลากหลายทางธรรมชาติและวัฒนธรรม 

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Gunung Mulu National Park : อุทยาน UNESCO ถ้ำอลังการ
▪︎ Kuching Waterfront : ทางเดินเลียบแม่น้ำ
▪︎ Borneo Cultures Museum : พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมบอร์เนียว
▪︎ Semenggoh Wildlife Centre : ศูนย์อนุรักษ์อุรังอุตัง
▪︎ Sarawak Cultural Village : หมู่บ้านวัฒนธรรมชนเผ่า

 

2.Selangor (สลังงอร์)
เป็นรัฐที่โอบล้อมกรุงกัวลาลัมเปอร์ มีเมืองหลวงคือ ชาห์อาลัม (Shah Alam) และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการศึกษาที่สำคัญของประเทศ รัฐนี้มีทั้งเมืองทันสมัย แหล่งช็อปปิงขนาดใหญ่ และสถานที่ธรรมชาติใกล้เมือง

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Batu Caves : ถ้ำศาสนาฮินดูและรูปปั้นพระมุรุกันยักษ์
▪︎ Sunway Lagoon : สวนสนุกและสวนน้ำชื่อดัง
▪︎ Shah Alam Blue Mosque : มัสยิดสีน้ำเงินใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง
▪︎ Kuala Selangor Fireflies : ล่องเรือชมหิ่งห้อยยามค่ำ
▪︎ i-City : เมืองไฟ LED และแหล่งบันเทิง

 

3.Terengganu (ตรังกานู)
ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรมาเลเซีย มีเมืองหลวงคือ กัวลาตรังกานู (Kuala Terengganu) รัฐนี้มีชื่อเสียงด้านทะเลที่สวยงามและเกาะน้ำใส เช่น เกาะเปอร์เฮนเตียน (Perhentian Islands) และ เกาะเรดัง (Redang) พร้อมวิถีชีวิตชาวประมงและวัฒนธรรมชายฝั่ง ตรังกานูจึงเหมาะกับผู้ที่อยากเรียนในบรรยากาศสงบ ใกล้ทะเล และธรรมชาติ

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
▪︎ Perhentian Islands : เกาะดำน้ำ น้ำใสระดับโลก
▪︎ Redang Island : เกาะรีสอร์ตชื่อดัง
▪︎ Crystal Mosque : มัสยิดแก้วสวยงาม
▪︎ Kuala Terengganu Waterfront : ริมน้ำใจกลางเมือง
▪︎ Turtle Sanctuary : ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล

 

ด้านการเดินทาง

มาเลเซียมีระบบคมนาคมที่ทันสมัยและสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางภายในเมืองด้วยรถไฟฟ้า LRT, MRT หรือโมโนเรล รวมถึงรถบัสและบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Grab การเดินทางระหว่างรัฐสามารถใช้ทางหลวงที่เชื่อมต่อกันอย่างดี สนามบินหลักของประเทศคือสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่สามารถเดินทางได้ทั้งทางอากาศ รถยนต์ และรถไฟอย่างสะดวก

 

ภาพรวมของประเทศมาเลเซีย

การผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความทันสมัยกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทำให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ น่าท่องเที่ยว และเหมาะสำหรับการเรียนรู้ทั้งในด้านภาษาและวิถีชีวิตระหว่างประเทศใกล้เคียงของไทยในแบบที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตร

 

การไปเรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศมาเลเซีย

เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนไทยหรือผู้ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมที่ ใกล้บ้าน ค่าใช้จ่ายไม่สูง และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมต่อไปนี้คือข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษในมาเลเซีย อ่านเพิ่มเติม

 

สกุลเงิน มาเลเซีย 

ริงกิตมาเลเซีย (Malaysian Ringgit)  สัญลักษณ์ (RM) ( 1 ริงกิต = 100 เซน (sen) )
▪︎ ธนบัตรที่ใช้ 1RM, 5RM, 10RM, 20RM, 50RM, 100 RM
▪︎ เหรียญที่ใช้ 5 sen, 10 sen, 20 sen, 50 sen, 100 sen

 

สัตว์ประจำชาติ

คือ เสือโคร่งมลายู (Malayan Tiger) เป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้า พละกำลัง และความยิ่งใหญ่ของมาเลเซีย และอีกทั้งยังเป็นชื่อเล่นของทีมฟุตบอลมาเลเซีย "Harimau Malaya" (เสือมลายู) หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า "เสือเหลือง"

 

 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ OEC Global Education
กรุงเทพ : หัวหมาก โทร. 02-720-6844-6, LINE ID : @oecglobal
กรุงเทพ : ปิ่นเกล้า โทร. 02-881-9344, 096-836-6299, 
LINE ID : oecpinklao
เชียงใหม่ : โทร. 053-285157, LINE ID : oeccm3