Facebook :

Line ID :

กรุงเทพฯ : 02-7206844 (หัวหมาก) 02-8819344 (ปิ่นเกล้า)

เชียงใหม่ : 053-285157

ประสบการณ์เรียนต่อ Kaplan International Centre ประเทศสหรัฐอเมริกา

 อยากไปเรียนภาษา คอร์ส ระยะสั้น ป.ตรี -โท -เอก มหาวิทยาลัยที่อเมริกา

เรียนต่อต่างประเทศ โปรโมชั่น เรียนภาษาทีประเทศอเมริกา กรุงเทพฯ โทร 02 7206844 , 02 8819344 เชียงใหม่ โทร 053 285157


เรียนต่อต่างประเทศ 16 ธ.ค. 60 » เรียนต่อ ป.โท อเมริกา หายห่วงได้เลย ไม่ใช้ GMAT / GRE ไม่เอา IELTS / TOEFL และ MBA ไม่เอาประสบการณ์การทํางาน พร้อมรับโปรโมชั่นมาแรงแซงโค้ง พิเศษสุดในงานนี้งานเดียวเท่านั้น อ่านต่อ เรียนต่อต่างประเทศ
 

ประสบการณ์เรียนต่อ Kaplan International English ประเทศสหรัฐอเมริกา


 

ชื่อ นางสาวจริยา สกุล บุญมา ชื่อเล่น ตุ๊กติ๊ก
จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะ บริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชมงคลล้านนา
ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่ Kaplan International Centre เมือง Washington DC ประเทศ U.S.A
ในหลักสูตร General English 


คำถามจากพี่ๆ OEC

OEC: ก่อนอื่นอยากทราบว่าทำไมถึงเลือกไปเรียนที่นี่

โดยส่วนตัวแล้วชื่นชอบและอยากเรียนภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกา และคิดว่าอยากเลือกไปเรียนที่ที่สามารถฝึกภาษาและท่องเที่ยวสถานที่สำคัญๆในประเทศอเมริกา จึงเลือกที่จะเรียนในเมืองหลวงค่ะ



OEC: บ้านเมืองและชีวิตความเป็นอยู่เป็นยังไงบ้าง ไปถึงแล้วประทับใจอะไรบ้าง

ก่อนจะมาถึงคิดว่าเมืองนี้เป็นเมืองหลวงคงจะมีผู้คนเยอะ มีตึก มีบ้านใหญ่โตและแออัด แต่วันแรกที่มาถึงไม่ใช่อย่างที่คิดไว้เลยค่ะ บ้านเมืองเขาสะอาดและเป็นธรรมชาติมาก มีต้นไม้ใหญ่ ดอกไม้เยอะมาก มีตึกเฉพาะในตัวเมือง แต่ก็เป็นตึกที่ไม่สูงมากเพราะรัฐบาลจำกัดความสูงไม่ให้สร้างเกินกำหนด เพราะที่นี้มีสถานที่สำคัญอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น Washington Monument และไม่อยากให้ตึกสูงๆบทบังสถานที่เหล่านั้น

การเดินทางก็ค่อนข้างง่ายและสะดวกสบาย เขาแบ่งถนนชัดเจน มีรถไฟเข้าถึงสถานที่สำคัญเกือบทุกจุด และที่ตั้งของโรงเรียนก็ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานนีรถไฟเลยค่ะเดินข้ามถนนมาก็ถึง รถไฟก็มีผ่านทุกๆ5 นาที รถบัสก็มีเยอะพอกันเลยค่ะ
ส่วนติ๊กพักอยู่ไกลจากตัวเมืองใช้เวลาเดินทางไปเรียนเกือบ 1 ชั่วโมงค่ะ แต่ก็ดีค่ะได้เปิดหูเปิดตาเห็นรอบๆเมือง

ร้านอาหารมีให้เลือกเยอะมากข้างๆโรงเรียนก็มีหลายร้าน ที่นี่หากินง่ายมากค่ะ ช่วงเที่ยงก็จะมี Food Truck มาจอดรอขาย อาหารก็มีทุกชาติเลย แต่ก็แอบราคาแพงอยู่บางอย่างแพงกว่าเข้าร้านค่ะ กินข้าวในตัวเมือง D.C ก็ราคาแพงกว่าเขตนอกด้วย แต่ดีกว่าแค่ตรงมีทางเลือกเยอะจะกินอาหารแบบไหนก็ได้ มาอยู่ที่นี่เดือนกว่าเข้าร้านอาหารแทบไม่ซ้ำกันเลย ส่วนร้านกาแฟก็มีทุกมุมค่ะ จะมีเยอะมากก็ Starbuck ราคาพอกันกับที่ไทย



OEC: อากาศที่โน้นเป็นยังบ้าง ใช้เวลาในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อม บ้านเมือง และผู้คนยังไง และนานเท่าไร

มาถึงแรกๆแอบหนาวอยู่ค่ะ 17-04-16 เพราะพึ่งมีหิมะตกไปก่อนหน้าหนึ่งอาทิตย์ แต่คนที่นี่เขาดูชิวกันนะคะ อาจเป็นเพราะมาจากไทยอากาศร้อนมาก เลยยังไม่ค่อยชิน ผ่านอาทิตย์แรกไปก็เริ่มมีฝนตกเกือบทุกวัน ช่วงฝนตกนี่คืออากาศจะหนาวเท่าๆกับฤดูหนาวของเมืองไทยเลยค่ะ 12-15 องศา อาทิตย์นึงแดดจะออกอยู่สักวันสองวันเองค่ะ จนถึงตอนนี้ก็เหมือนกัน

เวลาในการปรับตัวที่นี่ ประมาณอาทิตย์นึงค่ะเพราะแจ๊ตแล็กมาก นอนก็หลับๆตื่นๆในช่วงแรก หลังจากนั้นมาก็โอเคค่ะสำหรับการปรับตัวเรื่องของเวลา บ้านเมืองที่นี่น่าอยู่ดีค่ะ แต่คนผิวสีเยอะไปหน่อย ขึ้นรถไฟทีนี่เจอเยอะมาก 70% เลยค่ะ Homeless People ก็เยอะมากค่ะ ส่วนใหญ่จะอยู่ในตัว D.C เลย แต่คนที่นี่ก็บอกว่าเค้าไม่อันตรายนะคะ ชอบขอเงิน ไม่ให้เขาก็เฉย ต่างคนต่างอยู่ไป  


 

OEC: เล่าเรื่องการทำงานนอกเวลาเรียน การหางานทำ และเป็นงานประเภทไหนสำหรับนักเรียนต่างชาติ (ถ้าถูกตามกฎหมายของประเทศในการให้นักเรียนต่างชาติทำงาน)

ไม่ได้ทำงานค่ะ
 


OEC: ให้เล่าถึงโรงเรียน อาจารย์ เพื่อนนักเรียนต่างชาติ และหลักสูตรที่เราเรียนอยู่

ไปถึงโรงเรียนวันแรกก็มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเรื่องเอกสารทุกอย่างเลยค่ะ คอยดูว่ามีเอกสารครบหรือเปล่าพร้อมให้เอกสารเกี่ยวกับโรงเรียน เสร็จแล้วก็เข้าห้อง Lab ทำข้อสอบ พอทำข้อสอบเสร็จก็มี Director ของโรงเรียนมาพูดต้อนรับและบอกข้อมูลต่างๆ เช่น ห้องเรียน ชั่วโมงที่จะต้องเข้าเรียน ลำดับชั้น สิ่งอำนวยความสะดวก เจ้าหน้าที่ กิจกรรมที่โรงเรียนมีร่วมไปถึงการเดินทาง ระดับชั้นของที่นี่แบ่งเป็น 6 ระดับ Elementary, Lower Intermediate, Intermediate, Higher Intermediate, Advanced, Proficiency ส่วนติ๊กได้ Higher Intermediate ค่ะ กลางๆ ชิวๆ ไป วันแรกเจอเพื่อนชาวรัฐเซีย 1 คน ชาวเอกวาดอ 1 คน ผู้หญิงทั้ง2 ค่ะ หลังจากนั้นก็จะมี Student Mentor 3 คน มาเป็นคนคอยดูแลให้คำปรึกษาและก็พาทัวร์บริเวณรอบๆโรงเรียนค่ะ Student Mentor ได้รับการโวรตจากนักเรียนที่โรงเรียนทุกคน เขาจะรู้ข้อมูลและกิจกรรมของทางโรงเรียนเยอะมากที่สุด มีอะไรเขาก็จะคอยช่วยตลอด เพราะหนึ่งในสามคนนั้นเรียนห้องเดียวกันค่ะ เปิดเรียนเต็มรูปแบบวันอังคารต้องได้แยกกันกับเพื่อนสามคนแรกที่รู้จักค่ะ เพราะสอบได้คนละระดับกัน เพื่อนในห้องเรียนแรกๆ มี 12 คน แอบเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ เพราะแย้งกันพูดแต่หลังๆมาก็เริ่มทยอยเลื่อนระดับไปบ้าง บางคนก็ครบกำหนดเรียน ตอนนี้เหลือไม่ถึง10คนค่ะ ส่วนเปอร์เซนต์ของนักเรียนที่มีมากที่สุดก็เป็นชาวซาอุดิอาราเบีย มีประมาณครึ่งห้อง และครึ่งจำนวนนักเรียนในโรงเรียนก็ว่าได้ รองลงมาก็เป็นเกาหลีค่ะ ส่วนคนไทยมีอยู่สักสองสามคนค่ะทั้งโรงเรียน ส่วนที่เรียนห้องเดียวกันไม่มีเลยค่ะ ในห้องมีไม่เยอะมากเลยทำให้สนิทและคุยได้กับทุกคน บางวันก็ไปกินข้าวเที่ยงกันยกห้องเลย ส่วนที่สนิทจริงๆเป็นผู้หญิง เกาหลีกับสเปนค่ะ เวลาเลิกเรียนก็จะนัดกันไปเดินเล่นอยู่บ่อยๆ บางครั้งก็เดินไปดูพิพิธภัณฑ์จนตอนนี้ไปดูเกือบทั้งหมดแล้วค่ะ (เฉพาะอันที่ฟรีนะคะ) อาจารย์ที่สอนเป็นคนผิวสีค่ะ สอนสนุกดีชอบให้ทำกิจกรรมโน้นนี่ เล่นเกมบ้าง ดูวีดีโอบ้าง ให้พรีเซนต์บ้าง แต่ละวันไม่ค่อยซ้ำกัน แกเป็นคนที่เอนเตอร์เทนเก่งค่ะ เลยทำให้บรรยากาศในห้องเรียนสนุก
ครอสที่เรียนเป็น General English จะมีเรียนช่วงเช้า 08.30-11.45 น. ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นกิจกรรม แต่ละวันก็จะไม่เหมือนกัน เขาบังคับให้เข้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมง มี Computer Lab, Current Event, Film Club, Grammar Club, Writing Games, Reading and Writing Club จะประมาณนี้ค่ะ และทุกวันศุกร์ก็จะมีพาออกไปทัวร์พิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญต่างๆ ถ้านักเรียนอยากไปไหนก็สามารถแจ้งกับทางโรงเรียนได้ ส่วนกิจกรรมอื่นๆจะมีแทรกอยู่เรื่อยๆค่ะ


OEC: อยากฝากอะไรกับเพื่อนๆที่กำลังหาที่เรียนอยู่บ้างคะ
ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ ต้องดูที่ความชอบว่าอยากเรียนภาษาอังกฤษสำเนียงอะไรและอยากไปอยู่ที่ไหน แล้วก็หาข้อมูลก่อนตัดสินใจเยอะๆ ค่ะ


 

ฟังประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ