Facebook :

Line ID :

กรุงเทพฯ : 02-7206844 (หัวหมาก) 02-8819344 (ปิ่นเกล้า)

เชียงใหม่ : 053-285157

Musicians Institute เรียนสาขาการดนตรีที่อเมริกา

 อยากไปเรียนภาษา คอร์ส ระยะสั้น ป.ตรี -โท -เอก มหาวิทยาลัยที่อเมริกา

เรียนต่อต่างประเทศ โปรโมชั่น เรียนภาษาทีประเทศอเมริกา กรุงเทพฯ โทร 02 7206844 , 02 8819344 เชียงใหม่ โทร 053 285157

เรียนสร้างหนังที่อเมริกา | เรียนสาขาการดนตรีที่ฮอลลีวูด 
กับ Musicians Institute 

 

Musicians Institute ก่อตั้งขึ้นในปี 1977 ค่ะ นักดนตรีสถาบัน Musicians Institute จะมีความหลากหลายของปริญญาตรีวุฒิ Associate Degree และ โปรแกรมการรับรองในด้านของประสิทธิภาพการทำงานของดนตรีร่วมสมัย (กีต้าร์ คีย์บอร์ดเบส กลอง และนักร้อง) วิศวกรรมด้านเสียง การพัฒนาศิลปินอิสระภาพยนตร์และการผลิตรายการโทรทัศน์ การออกแบบกีต้าร์ และ ธุรกิจดนตรี 

 

ต้องบอกน้องๆเลยค่ะว่าตั้งแต่สถาบัน Musicians Institute เปิดการเรียนการสอนมามีนักเรียนนับหมื่นจากทั่วโลกได้สำเร็จการศึกษาและมีการทำงานในวงการเพลงทั่วโลก ตัวอย่างเช่นนักศึกษาที่โดดเด่นที่ศึกษาจบจากสถาบันเราไปเช่น สมาชิกของวง Red Hot Chili Peppers , Weezer, Korn, Nine Inch Nails และเคยร่วมการบันทึกเสียงกับศิลปินต่างๆ มากมายอาทิ Christina Aguilera, Pink, Michael Jackson, Rihanna, Stevie Wonder, และ Elton John. Recording artists Mo, Jeff Buckley and Brooke White, และหลายอื่นๆ อีกมากมาย

ระสบการณ์ในการเรียนดนตรีที่ Musicians Institute อาจจะไม่เหมือนที่ไหนที่น้องๆอาจเคยเรียนมาก่อน เพราะว่า Musicians Institute เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกสำหรับ การศึกษาดนตรี และนี่คือโอกาสที่จะประสบการณ์ความสำเร็จในการเรียนดนตรีที่ Musicians Institute หากน้องๆต้องการที่จะได้โอกาสในการทำงานในวงการเพลงน้า


น้องๆอยากเรียนเป็น นักกีต้าร์ มือเบส มือกลอง นักร้องมืออาชีพ อะไรก็ได้ !

Musicians Institute มีโปรแกรมสำหรับนักกีต้าร์ มือเบส มือกลอง นักร้อง keyboard players วิศวกรการดนตรี (recording engineers) มืออาชีพด้านธุรกิจเพลง ได้แก่ artist/producers, guitar builders, music business professionals, music video and commercial production Musicians Institute น้องๆจะได้เรียนรู้จากมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่ดีที่สุดของโลกและสิ่งอำนวยความสะดวกการบันทึกอยู่ในหัวใจของวงการเพลงเลยนะคะ

  • เรียนเป็นมือคีย์บอร์ด Keyboard
  • เรียนมือเบส มืออาชีพ Bass
  • เรียนมือกีตาร์มืออาชีพ Guitar
  • เรียนมือกลองอาชีพ Drums
  • เรียนร้องเพลงแบบมืออาชีพ Vocals
  • เรียน วิศวการดนตรี Audio Engineering 
  • เรียนหลักสูตรศิลปิน Independent Artist
  • เรียน เป็นเจ้าของธุรกิจด้านการดนตรี Music Business
  • เรียนเป็นผู้ประดิษฐ์กีตาร์ Guitar Craft
  • เรียนการทำหนัง Film

ประสบการณ์การเรียนที่ Musicians Institute 

การได้มาเยี่ยมเยือน Hollywood เพียงไม่กี่วันอาจได้ความทรงจำที่น่าประทับใจกลับไปมากมาย แต่สำหรับผมผู้ซึ่งต้องอาศัย อยู่ที่นี่ปี แล้วปีเล่า มันช่างเป็นภาพที่ธรรมดาจนบางครั้งก็น่าเบื่อเสียเหลือเกิน แต่ในบรรดานักท่องเที่ยวแล้วยังมีคน อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งส่วนมากไว้ ผมยาว แต่งตัวออกแนวเซอร์ม๊ากมาก 

เรียนเป็น นักกีต้าร์ มือเบส มือกลอง นักร้องมืออาชีพที่อเมริกา

Musicians Institute มีโปรแกรมสำหรับนักกีต้าร์, ,มือเบส , มือกลอง, นักร้อง, keyboard players วิศวกรการดนตรี (recording engineers), มืออาชีพด้านธุรกิจเพลง ได้แก่ artist/producers, guitar builders, music business professionals, music video and commercial production Musicians Institute นักเรียนได้เรียนรู้จากมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่ดีที่สุด ของโลกและสิ่งอำนวยความสะดวกการบันทึกอยู่ในหัวใจของ วงการเพลง ค้น หาด้วยตัวคุณเองว่าทำไมมากมายนักดนตรีจากทั่วโลกได้ทำให้ Musicians Institute 

เรียนเป็นมือคีย์บอร์ด Keyboard

Take a lesson in chord voicing and keyboard styles followed by an overview of Logic Audio and its incredible library of virtual instruments.

เรียนมือเบส มืออาชีพ Bass

Take part in an interactive bass technique and music lesson taught by staff bass instructors using xamples from actual bass curriculum.


เรียนมือกีตาร์มืออาชีพ Guitar

Experience a hands-on technique class under the direction of a staff guitar instructor.


เรียนมือกลองอาชีพ Drums

Learn how to develop your groove and sound while playing with a band and get personal drumming tips from MI’s renowned Drum Program staff.


เรียนร้องเพลงแบบมืออาชีพ Vocals


Join us for an overview of MI’s Vocal Program and see how instructors analyze performances by student vocalists.


เรียน วิศวการดนตรี Audio Engineering 


Experience a tour of the recording facilities and take lessons in Pro Tools, Live Sound, Mixing Sound for Film/TV, and Mixing on a professional SSL studio console.


เรียนหลักสูตรศิลปิน Independent Artist


Take a class on digital recording and learn what it takes to be an independent artist/producer.


เรียน เป็นเจ้าของธุรกิจด้านการดนตรี Music Business


Take a sample class with a music business instructor and learn how a practical business education and Music Business internship can help jumpstart your industry career.


เรียนเป็นผู้ประดิษฐ์กีตาร์ Guitar Craft


Learn the steps in the instrument making process and take a close-up look at a guitar designed and built by a student in the Guitar Craft program.


เรียนการทำหนัง Film

Learn the basics of cinematography and how to create post-production visual effects

ประสบการณ์การเรียนที่ Musicians Institute 

การได้มาเยี่ยมเยือน Hollywood เพียงไม่กี่วันอาจได้ความทรงจำที่น่าประทับใจกลับไปมากมาย แต่สำหรับผมผู้ซึ่งต้องอาศัยอยู่ที่นี่ปีแล้วปีเล่า มันช่างเป็นภาพที่ธรรมดาจนบางครั้งก็น่าเบื่อเสียเหลือเกิน แต่ในบรรดานักท่องเที่ยวแล้วยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งส่วนมากไว้ผมยาว แต่งตัวออกแนวเซอร์ม๊ากมาก ต่างแบกเครื่องดนตรีของตัวเองเดินไปบนถนนสร้างความฉงนให้แก่นักท่องเที่ยวว่าไอ้พวกนี้มันเป็นใครกัน แล้วมันกำลังจะไปไหนกันหว่า ใช่แล้วครับ ทุกคนกำลังมุ่งหน้าสู่จุดหมายเดียวกันนั่นคือ MI หรือชื่อเต็มคือ Musicians Institute ซึ่งผมอยากเรียกว่า Music International School มากกว่า เพราะที่นี่เต็มไปด้วยนักเรียนมาจากแทบทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ เป็นนักเรียนผู้ซึ่งมีแววตาแห่งความตั้งใจเพื่อตามหาฝันของตัวเอง นักเรียนผู้ซึ่งไม่มีใครบังคับให้มาเรียนแต่มาเพราะอยากเรียน นักเรียนผู้มีความสุขเพราะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก 


ผมเองก็เป็นคนหนึ่งในนั้นครับ โปรแกรมที่ผมเลือกมาเรียนคือ GIT (Guitar Institute of Technology) แน่นอนอยู่แล้วครับเพราะเป็นเครื่องดนตรีที่ผมรักที่จะเล่นมากที่สุด ส่วนโปรแกรมหลักๆอันอื่นก็มี BIT (Bass Institute of Technology), KIT (Keyboard Institute of Technology), PIT (Percussion Institute of Technology), VIT (Vocal Institute of Technology) อ่านชื่อก็คงพอจะเดาออกนะครับว่าเป็นของเครื่องดนตรีชนิดไหนบ้าง 

นอกจากนั้นยังมีโปรแกรมระยะสั้นอื่นๆที่น่าสนใจอีกอย่างเช่น RIT (Recording Institute of Technology), MBP (Music Business Program) สอนทุกอย่างเกี่ยวกับธุรกิจดนตรี, GCA (Guitar Craft Academy) สอนให้เป็นช่างซ่อมและทำกีตาร์ และสุดท้ายโปรแกรมน้องใหม่ RAP (Recording Artist Program) 

พอเดินเข้าไปในตึกบริเวณชั้นหนึ่ง สิ่งแรกที่เห็นก็คือห้อง P-100 หรือห้องแสดงดนตรีใหญ่ที่มีที่นั่งกว่า 500 ที่ พร้อมด้วยระบบเสียงเต็มรูปแบบ ที่นี่จะเป็นที่ที่ผมและนักเรียนคนอื่นๆจะได้ขึ้นไปเล่นดนตรีจริงทุกอาทิตย์ ได้ฟิวเหมือนเล่นคอนเสิร์ตจริงมากเลยครับ เป็นการฝึกความมั่นใจและความกล้าแสดงออกไปในต้ว นอกจากนั้นแต่ละอาทิตย์จะมีคอนเสิร์ตจากนักดนตรีดังหลายคน อาทิเช่น Paul Gilbirt, Steve Vai, Steve Lukather และอื่นๆอีกมากมายมาให้ดูไม่ต่ำกว่าสองครั้งต่อหนึ่งอาทิตย์ในห้องนี้เช่นกัน


อ้าว...น้ำลายสอกันแล้วหล่ะสิ อิอิ ค่อนไปทางด้านหลังของชั้นหนึ่ง จะเป็นที่พักนักดนตรี ห้องอาหาร และก็ห้องอัดทั้งหมด ที่ซึ่งนักเรียน RIT จะมารวมตัวกันอยู่ ขึ้นไปบนชั้นสองก็จะเป็นห้องเรียนต่างๆ ห้อง Admin และห้องสมุด ซึ่งชั้นนี้เป็นชั้นที่ผมใช้เรียนมากที่สุด ส่วนชั้นสามก็มีห้องเรียน ห้องซ้อมดนตรี และก็ห้องซ้อมกลองซึ่งมีหลายห้องมากครับ และก็ไม่ค่อยจะว่างเลย ขอบอกว่านักเรียนกลอง (PIT) นี่มันขยันกันมากๆเลย แต่ก็ถูกต้องแล้วหล่ะครับ เพราะมือกลองจะต้องเป็นส่วนสำคัญของวงดนตรี ถ้าไม่เที่ยงจริง ต่อให้สมาชิกคนอื่นเล่นดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ เปรียบได้กับเสาหลักของบ้านหน่ะครับ ถ้ามันไม่ตรงหรือไม่แข็งแรงบ้านก็ทรุด! 


อธิบายผังโรงเรียนไปแล้ว คงพอเห็นภาพกันบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ วันนี้คาบแรกเรียนวิชา Reading หรือการอ่านโน้ตนั่นเอง ผมก็ไม่รู้ทำไมวิชานี้มันต้องมาอยู่ตอนเช้าด้วย เพราะมันชวนให้ง่วงนอนเสียเหลือเกิน พอหาที่นั่งได้ ก็หยิบกีตาร์คู่ใจขึ้นมาวอร์มอัพด้วยลูกโครเมติคกันซะหน่อย เพราะวันนี้ยังอีกยาวไกล หาไม่แล้วการไม่วอร์มก่อนฝึกอาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการอักเสบได้ ใครที่ไม่เชื่อก็ลองดูเองแล้วกัน เราขอท้า 

พอเริ่มวอร์มไปได้สักพักก็ต้องหยุดเพราะทนเสียงแมงหวี่ที่น่ารำคาญในห้องนี้ไม่ไหว ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ก็นักกีตาร์แต่ละคนกำลังขมักเขม่นเล่นกีตาร์กันอย่างไม่สนใจใคร ลองนึกภาพเอาแล้วกันครับ ว่าถ้ามีนักเรียนประมาณ 40 คนต่างคนต่างเล่นพร้อมๆกัน ฟังแล้วมันจะออกมาน่ารำคาญขนาดไหน เหมือนวงออเคสตร้าสายเพี้ยนอะไรประมาณนั้นเลย และในที่สุดอาจารย์ก็มาถึง Thank God! วิชานี้ค่อนข้างจะเรียนซ้ำไปซ้ำมาครับ เพราะจริงๆแล้วการอ่านโน้ตนั้นเป็นอะไรที่ต้องฝึกฝนบ่อยๆก็เท่านั้นเองครับ ไม่มีอะไรยากไปกว่านั้น โดยมากอาจารย์ก็จะจับคู่นักเรียนให้ออกมา site reading หน้าชั้น สนุกดีเหมือนกัน เอาหล่ะและก็จบคาบนี้พร้อมด้วยการบ้านมากมาย 

ต่อไปเป็นวิชา Single String Improvisation คาบนี้ผมชอบครับ เพราะได้เรียนเกี่ยวกับสเกล โมด และเทคนิคการเล่นกีตาร์ต่างๆ รวมไปจนถึงการ Improvisation ผมว่าเค้าตั้งชื่อวิชานี้ได้เข้าท่าดีนะครับ Single String ซึ่งหมายถึง กีตาร์สายเดียว คือถ้าเล่นและเข้าใจถึงความแตกต่างของสเกลต่างๆบนสายกีตาร์เพียงสายเดียวได้ การ improvise บนสายที่เหลือก็จะง่ายไปด้วย คือมองให้ง่ายไว้หน่ะครับ จบคาบนี้พร้อมกับการบ้านอีกแล้ว 


เฮ้อ..มันจะขี้เกียจก็ตรงนี้แหละครับ 
ยกนาฬิกาขึ้นมาดู เฮ้อ.. นี่เพิ่งสิบโมงครึ่งเองหรือ แต่ชั่วโมงต่อไปว่างไม่มีเรียน ตั้งใจว่าจะไปเข้า Open Counseling ซะหน่อย วันนี้ Scott Handerson มาด้วย ไปเสวนาเรื่องบลูๆแจ็ซๆกับ Scott ดีกว่า หรืออาจจะปรึกษาปัญหาหัวใจ สัจธรรมแห่งชีวิต หรืออะไรก็แล้วแต่ แม้กระทั่งยืมตังค์ Scott อิอิ พี่แกคงให้ยืมอ่ะนะ น้องๆหลายคนชักงง มันคืออะไรเหรอครับพี่โอ้ ไอ้ Open Counseling เนี่ยะ เอ่อ..มันก็ไม่มีอะไรมากหรอกไอ้น้องเอ๋ย แค่เป็นห้องเล็กๆ มีตู้แอมพ์ตั้งอยู่ข้างในประมาณ 3-4 ตู้ พูดถึงเรื่องตู้ๆนี่อย่าคิดลึกนะครับ ตู้แอมพ์กีตาร์หน่ะ ไม่ใช่ตู้อย่างอื่น 

ส่วนตรงมุมห้องจะมีอาจารย์หรือบางครั้งมือกีตาร์เก่งๆดังๆ นั่งเล่นแจมกับนักเรียนอยู่ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องทั้งทางด้านดนตรีและอื่นๆ เห็นเค้าบอกว่าเมื่อก่อน Paul Gilbirt ก็มาบ่อย แต่ช่วงที่ผมเรียนจะเจอ Scott Handerson บ่อยมาก พี่แกมาทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง มาทีก็ 3-4 ชั่วโมง และก็แจมกับนักเรียนมันทั้ง 3-4 ชั่วโมงนั้นแหละ อึดจริงๆ แต่ก็ถือว่าเป็นอะไรที่มีประโยชน์มากๆเลย กว่าผมจะเสร็จพูดคุยและแจมกับ Scott ก็ปาเข้าไปเที่ยงกว่าแล้ว เห็นทีจะต้องไปหาข้าวกินเติมพลังซะหน่อย 



หลังจากเติมพลังด้วยซุปถ่ัวและเบอริโตส์ตามสไตล์เม็กซิกันฟูดเรียบร้อยแล้วก็มาลุยกันต่อ วิชาต่อไปจะเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีดนตรีทั้งหมด เหมาะอย่างมากโดยเฉพาะเวลาหนังท้องกำลังตึง หนังตากำลังหย่อน ตบท้ายวิชาด้วยการบ้านอีกเช่นเคย ชั่วโมงต่อไปจะได้เรียนอะไรที่เราอยากเรียนซะที เป็นวิชาที่แล้วแต่นักเรียนเลย มีหลายห้องให้เลือกเรียน ไม่ว่าจะเป็นแจ๊ส ร็อค บลูหรืออื่นๆ แต่สำหรับผมแล้ว แน่นอนครับว่าต้องเป็นร็อค แค่คิดก็หายง่วงแล้ว ไปเลยดีกว่า 

วันนี้วิชา Rock Lead Guitar เค้าเรียนกันที่ห้อง P-100 ห้องแสดงใหญ่ตรงชั้นหนึ่งนั่นแหละครับ นักเรียนที่อยากเรียนร็อคมันเยอะ เลยต้องใช้ห้องใหญ่เรียน วันนี้มี Danny Gill มาสอนครับ คนนี้บางคนอาจรู้จัก แต่บางคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แต่พี่แกเก่งมากครับในด้านเทคนิคการเล่นร็อคไปจนถึงบลู แค่ได้มานั่งดูแกโชว์ลูกเล่นต่างๆในวิชานี้ ก็ได้อะไรดีดีกลับไปใช้เยอะเลยครับ ผมอัดเทปที่แกเล่นมาไว้ด้วย ไว้ถ้ามีโอกาสจะให้ทาง Re-Sound เค้าเอาลงแผ่นซีดีให้ฟังกันนะครับ ท่านพี่ Danny เค้าคงไม่ว่าอะไร เพื่อประโยชน์ต่อเด็กไทยตาดำๆ 

มาถึงวิชาสุดท้ายของวันนี้กันดีกว่า ต้องบอกว่าเป็นวิชาโปรดของผมเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ Ear Training ครับ ผมได้อะไรมามากมายจากวิชานี้ การได้ฝึกใช้หูมีอิทธิพลต่อการแต่งเพลงของผมอย่างมากเลย และในทางอ้อมมันช่วยให้ผมเล่นกีตาร์ได้ดีขึ้นด้วย วิชานี้จะเรียนรวมกันทั้ง GIT, BIT, KIT, VIT หรือแม้กระทั่งมือกลองจาก PIT ก็ต้องมาเรียนด้วย ถูกต้องแล้วครับ มือกลองที่ดีต้องรู้เรื่อง Ear Training ด้วย 


แม้ว่ากลองจะไม่มีคีย์เหมือนเครื่องดนตรีชิ้นอื่น แต่ห้ามมองข้ามเรื่องพวกนี้เด็ดขาด ลองสังเกตสิครับ พวกมือกลองที่ร้องเพลงได้มักจะตีกลองดีด้วยเสมอ 

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงช่วงท้ายของวันกันแล้วนะครับ ความจริงยังมีอีกหลายวิชาที่น่าสนใจที่ผมไม่ได้เอามาพูดถึง อย่าง LPW ย่อมาจาก Live Performance Workshop นี่ก็สนุก เพราะเราจะได้ขึ้นไปเล่นบนเวทีใหญ่ของ โรงเรียน เวทีจริง ระบบเสียงจริง คนดูจริง เหมือนคอนเสิร์ตยังงัยยังงั้นเลย ฝึกการเล่นและ ความกล้าแสดงออก บางคนฝึกอยู่กับบ้านตัวเองนี่เก่งมาก 

แต่พอขึ้นเวทีเท่านั้นแหละ ตื่นเต้นจนนิ้วนี้พันกันเล่นออกมาฟังไม่ได้ อับอายกันไปเป็นแถวๆเลยหล่ะครับ เฮ้อ... วันนี้ได้เรียนดนตรีทั้งวันสมดั่งที่ตั้งใจไว้ ก็เล่นเอามึนไปเหมือนกัน ทั้งที่ว่าการอยู่กับดนตรีน่าจะทำให้เรามีความสุข แต่ต้องจำเอาไว้อย่างนึงครับ ว่าการเล่นดนตรี กับ การฝึกฝนดนตรี มันต้องแยกให้ออก ถ้าเรากำลังฝึกฝนเราก็ต้อง ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องหนักและซีเรียสเอาจริงและบางครั้งก็น่าเบื่อ 



แต่เวลาเรากำลังเล่นนั้น เราต้องปลดปล่อยกฎ ทุกอย่างออกไป และเล่นมันออกมาจากความรู้สึกที่เรามี สิ่งที่เราฝึกจะเป็นเพียงเพื่อปูพื้นฐานที่ดีเพื่อให้เรา ได้สามารถสื่อสารความรู้สึกของเราออกมาให้ได้มากที่สุด ก็เท่านั้นเองครับ ก็คงทิ้งท้ายกันตรงนี้นะครับ นี่ก้อปาไปเกือบจะ 5 โมงเย็นแล้ว 

ระหว่างที่ผมเดินอยู่ในห้องโถงใหญ่ในโรงเรียนเตรียมจะกลับบ้าน ก็ได้ยินแต่เสียงนักเรียนแว่วคุยกันด้วยความตื่นเต้นว่าค่ำนี้จะมีคอนเสิร์ตของ Carl Verheyen ที่โรงเรียน ได้ยินแล้วอดอิจฉาไม่ได้ เพราะผมไม่รู้ว่าจะได้มาดูกะเค้ารึเปล่า การบ้านมันเยอะเสียเหลือเกิน 

ที่มาของข้อมูลด้านประสบการณ์ จาก www.ohseksun.com 

สอบถามข้อมูล ที่ตัวแทนอย่างเป็นทางการของ 
Musicians Institute 
ในประเทศไทยที่ 
OEC Global Education
กรุงเทพ : โทร 02 720 6844 เชียงใหม่ : โทร 053 285157 


 


ฟังประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ